
กูรูชี้เปิดเสรีแรงงานแพทย์ไทยได้ประโยชน์
แม้ว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. จะก่อความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานข้ามประเทศ แต่นักวิชาการและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยเปิดเผยกับสำนักข่าว แชแนล นิวส์ เอเชีย ของสิงคโปร์ ว่า การเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานดังกล่าวส่งผลต่ออุตสาหกรรมการแพทย์เพียงเล็กน้อย
แม้ว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. จะก่อความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานข้ามประเทศ แต่นักวิชาการและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยเปิดเผยกับสำนักข่าว แชแนล นิวส์ เอเชีย ของสิงคโปร์ ว่า การเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานดังกล่าวส่งผลต่ออุตสาหกรรมการแพทย์เพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้ ในการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือภายในประเทศสมาชิกอาเซียน ถูกควบคุมโดยความตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ซึ่งครอบคลุม 8 สายอาชีพ รวมถึง วิศวกร สถาปนิก และบุคลากรทางการแพทย์ โดยความตกลงดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนากำลังแรงงานตามมาตรฐานสากล และก่อให้เกิดแลกเปลี่ยนทักษะที่เป็นประโยชน์
ขณะที่นักวิชาการและชุมชนการแพทย์ของไทย ระบุว่า ไทยจะได้รับผลกระทบน้อยมาก โดย เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า เอ็มอาร์เอไม่ได้ช่วยให้การเคลื่อนย้ายแรงงานง่ายขึ้นเลย และไม่คิดว่าประชาคมอาเซียนจะมีผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือในประเทศสมาชิกอื่นๆ ด้วย
นอกจากนี้ แชแนล นิวส์ เอเชีย ยังระบุว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่เอ็มอาร์เอไม่ช่วยให้การเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นไปโดยง่าย เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานภายในแต่ละประเทศ อย่างในกรณีของไทย แพทย์จะต้องดำเนินการตรวจรักษาคนไข้แต่ละรายตั้งแต่ต้นจนจบขั้นตอนการรักษา
ด้านแพทยสภาของไทย ระบุว่า เป็นไปได้ยากที่แพทย์จากต่างชาติจะย้ายเข้ามาทำงานในไทย อย่างไรก็ตามแพทยสภาเสนอความเห็นว่า การบูรณาการกำลังแรงงานในอาเซียนเข้ามาในวงการแพทย์ของไทยจะเป็นประโยชน์มาก เนื่องจากในปัจจุบันมีชาวเมียนมาและกัมพูชาจำนวนมากที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในไทย ซึ่งทางโรงพยาบาลมีบุคลากรไม่เพียงพอต่อรักษาผู้อพยพจำนวนมาก
นอกจากนี้ ทีดีอาร์ไอยังเสนอแนะให้ประชาชนคลายความกังวลเรื่องที่แรงงานไทยจะถูกแรงงานฝีมือต่างชาติแห่แหนเข้ามาแย่งงาน เพราะว่าในปัจจุบันประเทศไทยติดกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งทำให้ไทยขาดแคลนแรงงานฝีมือ
ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงแรงงานของไทย ยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีกลไกรักษาผลประโยชน์สำหรับแรงงานไทย โดยมีมาตรการสงวนตำแหน่งงานไว้สำหรับคนไทย และแรงงานฝีมือใน 8 สายวิชาชีพ จะต้องมีใบอนุญาตด้านวิชาชีพจากสภาวิชาชีพของไทย ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า แนวโน้มของจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่จะเข้ามาในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังมีช่องทางหรือโอกาสสำหรับแรงงานไทยที่จะเข้าไปทำงานในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่จ่ายค่าแรงสูงกว่า แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมีแนวโน้มจะประกอบอาชีพในประเทศ หรือมุ่งแสวงหาทางประกอบอาชีพในสหรัฐหรือยุโรป มากกว่าในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง







