
ปีใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
สวัสดีปีใหม่ 2559
ปีนี้ขอให้เป็นปีที่รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตามสโลแกนที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปฏิวัติรัฐประหารเป็นต้นมา
ของขวัญปีใหม่ที่คนไทยอยากได้ คือ “ความสุขของคนในชาติ”
“เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ ‘คืนความสุขให้คนในชาติ’ ตอนหนึ่งว่า การทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานของรัฐต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องร่วมมือกันบูรณะประเทศ ขอให้ทุกคนจดจำไว้ว่า เราเสียกรุงมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะขาดความสามัคคีของคนในชาติ วันนี้ถ้าเรายังขัดแย้งกันอยู่ ไม่มีการปรองดอง ประเทศก็จะเหมือนคนป่วย ไม่มีภูมิคุ้มกันจากภัยคุกคาม ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเตือนสติและชี้แนะเทคนิคการทำงานร่วมกัน ว่า ‘รู้ รัก สามัคคี’ ‘รู้’ คือ มีความรู้ความเข้าใจในงานที่จะต้องทำ, ‘รัก’ คือ การมีความรักในงานที่จะต้องทำนั้น และ ‘สามัคคี’ คือ การร่วมกันทำงานด้วยความจริงใจ ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ขอให้ทุกคนยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน”
ฟังแล้วก็ดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “รู้ รัก สามัคคี” มาเป็นหลักในการทำงาน หวังว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจะได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทเรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้การแก้ไขปัญหาของชาติและประชาชนเกิดเป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง
“รู้” คือ มีความรู้ความเข้าใจในงานที่จะต้องทำ หมายความว่า จะต้องมีความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงปัญหาว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร ไม่ใช่รู้แต่อาการแต่ไม่รู้สมมติฐานของปัญหา มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้แก้ปัญหาแบบยั่งยืน
มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ต้องทำคงไม่พอ เพราะการที่จะให้งานที่ทำเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพได้ รัฐบาลต้องเข้าใจระบบราชการที่มีกลไกที่สลับซับซ้อน ต้องได้ผู้บริหารที่ดี มีคุณธรรม มีความเข้าใจและมีความรู้ความสามารถในงานที่ทำมารับผิดชอบขับเคลื่อนนโยบายให้ไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมให้ได้
“รัก” คือ การมีความรัก ในงานที่จะต้องทำนั้น ความรักที่สำคัญ คือ ต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ความรักเกิดจากความเห็นใจ เข้าใจและรู้ใจประชาชน การทำงานให้ได้ผลนั้นไม่ใช่เกิดจากความรักในงานที่ต้องทำเท่านั้น จะต้องเกิดจากความเข้าใจว่าปัญหาของชาติและประชาชนคืออะไร ต้องเห็นใจประชาชนที่มีปัญหาเดือดร้อน ต้องรู้ใจว่าประชาชนต้องการอะไร สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถดูจากโพล อ่านรายงานหรือผลการศึกษาวิจัยได้ ต้องลงไปสัมผัสด้วยตนเอง
เหมือนดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านที่ทรงรักและไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย เสด็จไปทั่วทุกแห่งที่มีปัญหาแม้ในพื้นที่ที่อยู่ภาวะศึกสงคราม พื้นที่ที่ทุรกันดารห่างไกล ทรงแก้ปัญหาโดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และผ่านสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำแนวพระราชดำริไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและยังทรงจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแบบยั่งยืน
แต่น่าเสียดายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ใช้ประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในวงราชการและประชาชนอย่างแท้จริงและต่อเนื่อง ที่ผ่านมาทำกันเฉพาะในช่วงที่มีพระราชกระแสรับสั่งเท่านั้น
หากนำเอาแนวปรัชญารวมทั้งแนวพระราชดำริและตัวอย่างโครงการที่ได้ทรงทำไว้ในพื้นที่ต่างๆ และในศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ มาบูรณาการและประยุกต์ใช้อย่างจริงจังจะสามารถแก้ไขปัญหาของชาติและประชาชนได้อย่างยั่งยืน
“สามัคคี” คือ การร่วมกันทำงานด้วยความจริงใจ ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม สามัคคีคือพลัง หากประเทศไทยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก มีแต่ความรู้ รัก สามัคคี ประเทศไทยจะเข้มแข็งกว่านี้ ประชาชนก็จะมีความสุขไม่เป็นทุกข์เหมือนทุกวันนี้
หากรัฐบาลสามารถยึดแนวทางในการร่วมกันทำงานด้วยความจริงใจ ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจริง ความสามัคคีต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่ที่ยังไม่สามัคคีและปรองดอง อาจเป็นเพราะการแบ่งพรรคแบ่งพวกยังคงมีอยู่ และการแก้ไขปัญหาเพื่อคืนความสุขที่ยังกระจุกและไม่กระจาย
ที่ว่ายังกระจุกและไม่กระจายนั้น ตัวอย่างเช่นนโยบายล่าสุดที่ออกมาปลายปีเพื่อการกระตุ้นและเพิ่มตัวเลขทางเศรษฐกิจโดยการลดหย่อนภาษีให้กับผู้เสียภาษีเงินได้ที่จับจ่ายใช้สอยตามที่รัฐบาลกำหนด ในวงเงิน 1.5 หมื่นบาท พวกที่ได้รับประโยชน์ก็กระจุกอยู่กับผู้เสียภาษีเงินได้จำนวนน้อยและบริษัทรายใหญ่อยู่ไม่กี่ราย ชาวไร่ชาวนาเกษตรกรคนยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับประโยชน์อะไรทั้งทางตรงและทางอ้อม
โครงการใหญ่ที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดเช่นโครงการรถไฟ คนที่ได้ประโยชน์ก็เป็นคนส่วนน้อยเพราะผู้รับเหมาทั้งไทยและต่างชาติก็ไม่กี่ราย แล้วยังวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรเกือบทั้งหมดต้องนำเข้า แรงงานเกือบทั้งหมดก็เป็นแรงงานจากต่างประเทศ คนที่จะใช้ก็เป็นภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ที่จะได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า ประชาชนคนธรรมดามีทางเลือกในการเดินทางที่ดีกว่าถูกกว่าอยู่แล้ว
แต่ในที่สุดประชาชนที่ไม่ได้ใช้ต้องมารับภาระจ่ายเงินอุดหนุนการขาดทุนของรถไฟเหมือนอย่างที่ต้องเอาเงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนชดเชยการขาดทุนจนถึงทุกวันนี้ รัฐบาลควรเอาผลการศึกษาโครงการเหล่านี้มาเปิดเผยว่า มีความคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่อย่างไร ใครบ้างที่จะได้ใช้ประโยชน์กับการลงทุนจำนวนมหาศาลนี้
นโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาอาจโดนใจคนระดับบนซึ่งเสียงดัง แต่ยังไม่โดนใจคนระดับกลางและระดับล่างซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศแต่ไม่มีปากมีเสียง
ปัญหาใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะความยากจนที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง และทำให้ประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอจากผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งภายนอกและภายใน เพราะขาดความเข้าใจในแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานไว้ในช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปี 2540
รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับคนส่วนใหญ่ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งและเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยการพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้เข้มแข็งเพราะเป็นการลงทุนให้คนไทยไม่ใช่ต่างชาติ
เริ่มต้นจากการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำทำชลประทานระบบท่อส่งน้ำให้ทั่วถึง มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ปรับโครงสร้างการผลิตจากการผลิตที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาด ทำให้รัฐบาลต้องเข้าไปอุดหนุนจนเกิดปัญหามาเป็นการผลิตตามความต้องการของตลาดเพื่อที่จะทำให้สามารถขายผลผลิตได้ราคา และรัฐบาลไม่ต้องไปอุดหนุนเหมือนปัจจุบัน มีการส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรระดับพื้นฐานตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การแปรรูปผลิตผลการเกษตรที่สามารถเพิ่มมูลค่าจากการขายวัตถุดิบเป็นการขายสินค้าเกษตรที่แปรรูปเป็นสินค้าไฮเทคเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมทางด้านชีววิทยาศาสตร์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงมาก
ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร มีอยู่มีกิน มีใช้ มีเหลือ มีอนาคตพ้นจากความยากจน ไม่เป็นเครื่องมือของนักการเมืองเพราะพึ่งตัวเองได้ เป็นการกระจายไม่กระจุก งบประมาณที่จะใช้สร้างชลประทานระบบท่อไปทั้งประเทศน้อยกว่าการลงทุนสร้างระบบรถไฟ คนทั่วทั้งประเทศได้รับประโยชน์และเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
รัฐบาลมีเวลาอีกไม่มากควรที่จะทบทวนจัดลำดับความสำคัญของปัญหาเสียใหม่เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ถูกต้องตรงจุด
ปีใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่
จะได้ไม่ทำให้การปฏิวัติรัฐประหารในครั้งนี้ “เสียของและเสียเวลาไปอย่างน่าเสียดาย”







