
คุมเข้มธุรกิจปิโตรฯหวั่นซ้ำรอยน้ำมันรั่ว
โพสต์ทูเดย์
— กรมเชื้อเพลิงฯ กำชับบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมเข้มงวดแผนฉุกเฉินหวั่นแท่นขุดเจาะน้ำมันรั่วซ้ำรอยเม็กซิโกกรณีเกิดปัญหาแท่นขุดเจาะน้ำมันรั่วไหลหวั่นซ้ำรอยเม็กซิโก
นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงฯ ได้เชิญบริษัทผู้รับสัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียมมาหารือเพื่อกำชับการวางมาตรการป้องกันกรณีเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลลงทะเล ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนอ่าวเม็กซิโก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าผู้รับสัมปทานแต่ละรายมีการซักซ้อมแผนฉุกเฉินตลอดเวลา
กำหนดระดับการแก้ปัญหาไว้ 3 ขั้นตอน คือ ระดับเล็ก จะแก้ไขด้วยตัวเองในจุดที่มีปัญหาการรั่วไหล ระดับกลาง ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมัน และบริษัทน้ำมันในการช่วยเหลือ และระดับใหญ่ ต้องได้รับการช่วยเหลือในระดับประเทศ โดยใช้อุปกรณ์จากต่างประเทศเข้ามาแก้ปัญหา
ที่ผ่านมาการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยกว่า 35 ปีแล้ว มีการซ้อมแผนฉุกเฉินทั้งระดับประเทศและภาคเอกชน เป็นประจำทุกปี สำหรับสภาพการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในทะเลอ่าวไทย มีความแตกต่างกับประเทศต่าง ๆ และไม่เหมือนกับอ่าวแม็กซิโก เพราะหลุมเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยจะอยู่ห่างจากฝั่งประมาณมากกว่า 40 100 ก.ม.ขึ้นไป มีระดับความลึกของน้ำทะเลเพียง 30 80 เมตร อีกทั้งความดันใต้พิภพของแหล่งปิโตรเลียมก็ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมมีลักษณะไม่ต่อเนื่องและค่อนข้างเล็ก แรงดันตามธรรมชาติที่จะเกิดระเบิดพลุ่งขึ้นมาจึงเป็นไปได้ยาก
นอกจากนี้ตามกฎหมายและมาตรฐานการเจาะกำหนดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์การป้องกันการไหลของปิโตรเลียม ถึง 3 ชั้น รวมทั้งวาล์วนิรภัยภายในหลุมผลิตเพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่งด้วย และที่สำคัญก็คือแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยส่วนใหญ่เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ ในขณะที่ทะเลอ่าวแม็กซิโกเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมันดิบขนาดใหญ่ และมีความลึกของน้ำทะเลถึงประมาณ 1,600 เมตร และมีความดันใต้พิภพสูงจึงมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของสภาพทั้งทางธรณีวิทยาและกายภาพของอ่าวไทย มีความเป็นไปได้น้อยมากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในอ่าวเม็กซิโกและสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยมีความปลอดภัยสูงและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ก็คือตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา การขุดเจาะเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่มีการดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้นกว่า 5,000 หลุม โดยไม่เคยมีการเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลอ่าวไทย แต่อย่างใด
นายคุรจิต กล่าวถึง การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ปิโตรเลียมที่มีอยู่ มีแหล่งใดที่น่าสนใจและสามารถเปิดสัมปทานได้บ้าง ซึ่งคาดว่าในปี 2554 ไทยน่าจะสามาถรเปิดสัมปทานปิโตรเลียมได้ ซึ่งที่ผ่านมามีเอกชนหลายรายที่สอบถามในเรื่องดังกล่าว







