
5วันปีใหม่เสียชีวิตรวม 292 ราย
ศปถ. สรุป ตัวเลข 7 วันอันตรายปีใหม่ 2559 วันที่ 5 มีผู้เสียชีวิตรวม 292 ราย บาดเจ็บ 2,855 ราย นครราชสีมา มากสุด จำนวน 12 รายสาเหตุหลัก เมาสุรา
ศปถ. สรุป ตัวเลข 7 วันอันตรายปีใหม่ 2559 วันที่ 5 มีผู้เสียชีวิตรวม 292 ราย บาดเจ็บ 2,855 ราย นครราชสีมา มากสุด จำนวน 12 รายสาเหตุหลัก เมาสุรา
วันที่ 3 ม.ค. นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ว่าศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยเฉพาะช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่29 ธ.ค. 2558 - 4 ม.ค. 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค. 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ มีการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 415 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 39 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 443 คน ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 5 วัน มีการเกิดอุบัติเหตุสะสม 2,753 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสม 292 รายและมีผู้บาดเจ็บสะสม 2,855 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 108 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 108 คน
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 23.08 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.41 โดยส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.78 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.35ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 27.71 โดยผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 49.25
"วันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับ ทำให้การจราจรในบางเส้นทางเริ่มติดขัด ประกอบกับความอ่อนล้าจากการเฉลิมฉลองและการขับรถทางไกลเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้" ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว และว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) จึงได้สั่งกำชับจังหวัดให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการจราจรของเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะเส้นทางขาล่องเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยเน้นการเปิดและขยายระยะเวลาสัญญาณไฟจราจรในเส้นทางตรงให้มากขึ้น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง หากสภาพการจราจรยังวิกฤตให้เปิดช่องทางพิเศษชั่วคราว อีกทั้งให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงประสาน การปฏิบัติการอย่างเข้มข้น และเชื่อมโยงการรายงานข้อมูลสภาพการจราจร เพื่อระบายการจราจรให้คล่องตัว และลดปริมาณการสะสมของรถยนต์ ที่สำคัญ ยังคงให้จุดตรวจ ด่านตรวจเข้มงวดวินัยจราจรและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการขับรถเร็ว การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ เน้นการเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจ เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความตื่นตัวจะช่วยลดการหลับในที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ พร้อมให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการดำเนินมาตรการยึดรถผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับและอยู่ในสภาพไม่พร้อมขับรถอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกเส้นทาง
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. และเลขาฯศปถ. กล่าวว่า ช่วง 5 วันที่ผ่านมา สถานการณ์อุบัติเหตุยังน่าเป็นห่วง จำนวนอุบัติเหตุ และผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับสูง ทำให้นายกรัฐมนตรีห่วงใยความปลอดภัยการเดินทางของประชาชน จึงสั่งการให้ ศปถ.ประสานจังหวัดและทุกภาคส่วนยังคงดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง เน้นการป้องกัน และแก้ไขปัญหาในมิติเชิงพื้นที่ โดยให้ร่วมกันกำหนดมาตรการและวางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่
"วันนี้ประชาชน ต่างเร่งทยอยเดินทางกลับ โดยส่วนใหญ่มักขับรถด้วยความเร็วสูง แต่ด้วยปริมาณการจราจรที่ติดขัด ทำให้ผู้ขับขี่มักมีพฤติกรรมการแซงในระยะกระชั้นชิด ขับบนไหล่ทาง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ เพิ่มจุดตรวจ จุดพักรถ บนเส้นทางขาล่องเข้าสู่กรุงเทพฯ กำชับจุดตรวจเข้มงวดการตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ รถตู้โดยสาร รถทัวร์ท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการหลับใน" นายฉัตรชัย กล่าว







