
วิษณุปิดทางฟื้นรธน.ปี'40-50
วิษณุเผยไม่เร่งแก้ รธน.ชั่วคราว ส่อปิดทางฟื้นรัฐธรรมนูญปี 2540-2550 หากประชามติไม่ผ่าน
วิษณุเผยไม่เร่งแก้ รธน.ชั่วคราว ส่อปิดทางฟื้นรัฐธรรมนูญปี 2540-2550 หากประชามติไม่ผ่าน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ได้หารือถึงความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 ฉบับชั่วคราวเกี่ยวกับการหาทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่อาจจะไม่นำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 มาบังคับใช้อีก
“นายกฯ ย้ำหลายครั้งว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนั้น ร่างเพื่ออะไรคำตอบคือร่างเพื่อปฏิรูปซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงจากเดิม ถ้ากลับไปเหมือนเดิมจะปฏิรูปทำไม ดังนั้นต้องไม่เหมือนเดิม คิดว่าหลังปีใหม่ตนต้องพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการสักครั้ง” นายวิษณุ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่าหากนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 กลับมาใช้จะเป็นการทำให้ย่ำอยู่ที่เดิมหรือไม่
นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ โดยที่ผ่านมามีการพูดว่าอาจจะหยิบรัฐธรรมนูญในอดีตมาใช้ หรืออาจทำใหม่ภายใน 7 วัน ซึ่งนี่หมายถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ แต่เวลานี้ยังคิดไม่ออกว่าควรจะดำเนินการอย่างไร อย่างไรก็ตามส่วนตัวเห็นด้วยกับการให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีบทบาทถ้าเกิดวิกฤตของประเทศ เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะได้ช่วยชี้ให้เห็นทางออกว่าตรงไหนผิด ตรงไหนถูกกฎหมาย
ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การทำงานของ สนช.ในปี 2559 จะเร่งพิจารณากฎหมายเพื่อก่อให้เกิดการปฏิรูปในหลายๆ ด้าน ซึ่งจะมาจากทั้งคณะรัฐมนตรี และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลดำเนินการส่งร่างกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนามาให้ สนช. เช่น ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
นายพรเพชร กล่าวว่า นอกจากนี้เห็นว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ควรต้องรับฟังความคิดเห็นของ สนช.ให้มาก เพราะ สนช.มีหน้าที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว. ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในปี 2559 อยากให้เป็นปีแห่งความหวังและต้องการเห็น คสช.เร่งปฏิรูปประเทศตามที่ประกาศไว้ แม้บางเรื่องจะทำไม่สำเร็จภายในเวลา 1 ปี แต่ควรมีความชัดเจนออกมา หลังจากมีบางเรื่องที่ยังไม่มีทิศทางและความคืบหน้า เช่น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อัยการ และกระบวนการศาล เป็นต้น ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเป็นตัวอย่างในการปฏิรูป ก่อนที่จะบอกให้นักการเมืองเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างกรณีโครงการอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งรัฐต้องตอบโจทย์ในเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองและกฎหมาย







