
คลังดันปี’59 เป็น ‘ปีแห่งการลงทุน’
คลังยกปี 2559 เป็นปีทองแห่งการลงทุน ขนสารพัดมาตรการภาษีหวังดึงดูดเอกชนลงขันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
คลังยกปี 2559 เป็นปีทองแห่งการลงทุน ขนสารพัดมาตรการภาษีหวังดึงดูดเอกชนลงขันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายให้ปี 2559 เป็นปีทองแห่งการลงทุนของประเทศไทย โดยคาดว่าผลจากการเร่งลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจรวมกันกว่า 4 แสนล้านบาท และการลงทุนในรูปแบบอื่น จะช่วยดึงดูดนักลงทุนเอกชนให้สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโตถึง 3.8% และการลงทุนภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% จากที่ติดลบ 2.2% ในปีนี้
สำหรับแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ระยะเร่งด่วนภายในปี 2559 มีวงเงินรวมกว่า 1.79 ล้านล้านบาท ได้แก่ การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ขนาดราง 1 เมตร การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง การพัฒนาขนส่งทางน้ำ ทางอากาศ การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขณะที่การลงทุนที่เข้าสู่กระบวนการ PPP Fast Track จะมี 5 โครงการนำร่อง มูลค่ากว่า 3.34 แสนล้านบาท ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา, สายบางใหญ่-กาญจนบุรี
“หากประเทศอยู่เฉยๆ ไม่ลงทุนพัฒนาอะไรเลย เราต้องใช้เวลานานถึง 27 ปี ที่จีดีพีจะโตได้ถึง 3.5% ถึงจะเรียกว่าพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ ซึ่งรัฐบาลจะโหมเรื่องการลงทุนอย่างมากในปีหน้า ซึ่งเราจะเห็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง” สมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกมาตรการที่เป็นสิทธิประโยชน์เร่งรัดการลงทุนในปี 2559 ได้แก่ การหักค่าเสื่อมราคาได้ 2 เท่า ในปี 2559 สำหรับการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ได้แก่ เครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ยานพาหนะ และอาคารถาวร (ไม่รวมที่ดินและอาคารถาวรที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย) มาตรการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ซึ่งเป็นการปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนในการจัดเตรียมและพิจารณาโครงการ PPP จากเดิมที่ใช้เวลา 25 เดือน ให้เหลือ 9 เดือน
นอกจากนี้ ยังให้สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคตของไทย สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายจะได้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10-15 ปี การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ
ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการลงทุน การทำวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรเฉพาะด้าน และดอกเบี้ยเงินกู้ผ่านกองทุนร่วมลงทุน ขนาด 1 หมื่นล้านบาท การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยยกเว้นภาษีสรรพสามิต อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้นำมูลค่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบทั้งจำนวนมาหักค่าเสื่อมราคาได้ สำหรับการนำเข้ายานพาหนะต้นแบบเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา การหักค่าใช้จ่ายจากการวิจัยและพัฒนาได้ 3 เท่า ในช่วงปี 2558- 2562 การตั้งกองทุนร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 1 แสนล้านบาท
รวมทั้งยังมีสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนในอาเซียน ได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) และบริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC) อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้จากการให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10%
สำหรับรายได้จากการให้บริการและค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือในไทย และการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเหลือ 15% สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) อาทิ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10% สำหรับรายได้จากสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นในพื้นที่พิเศษเป็นเวลา 10 ปี และการยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม-เป็นต้น







