posttoday
ช็อปเพื่อชาติ

ช็อปเพื่อชาติ

29 ธันวาคม 2558

2-3 วันนี้เห็นไพร่ฟ้าหน้าใสทั้งหลายแห่กันไปช็อปปิ้งในห้างกันจนใบกำกับภาษีของร้านค้าบางร้านหมด และนักช็อปต้องเข้าคิวกันยาวเพื่อรอรับใบกำกับภาษีจากห้างดังๆ ทั้งหลาย ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับห้างร้านทั้งหลายเหล่านั้นที่รัฐบาลช่วยกระตุ้นยอดขายปลายปีให้ เพราะปีนี้เท่าที่ผ่านมาขายไม่ค่อยจะดี มีคนเดินตากแอร์มากกว่าคนควักกระเป๋าซื้อสินค้า

2-3 วันนี้เห็นไพร่ฟ้าหน้าใสทั้งหลายแห่กันไปช็อปปิ้งในห้างกันจนใบกำกับภาษีของร้านค้าบางร้านหมด และนักช็อปต้องเข้าคิวกันยาวเพื่อรอรับใบกำกับภาษีจากห้างดังๆ ทั้งหลาย ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับห้างร้านทั้งหลายเหล่านั้นที่รัฐบาลช่วยกระตุ้นยอดขายปลายปีให้ เพราะปีนี้เท่าที่ผ่านมาขายไม่ค่อยจะดี มีคนเดินตากแอร์มากกว่าคนควักกระเป๋าซื้อสินค้า

ตั้งแต่รัฐบาลออกมาตรการนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร ทั้งในแง่ดีว่า มาตรการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคทางอ้อม และทำให้รัฐบาลเก็บภาษี Vat ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนอีกมุมหนึ่ง มีเสียงวิจารณ์เชิงวิเคราะห์ว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการช่วยเหลือคนรวย เพราะผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการนำค่าใช้จ่ายไปหักรายได้พึงประเมินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนั้น ผู้ที่มีรายได้สูง และเสียภาษีในอัตราสูงจะเสียภาษีเงินได้น้อยลงกว่าผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า หรือผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราสูงสุด 35% จะได้รับประโยชน์จ่ายภาษีน้อยลง 5,250 บาท แต่ผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 10% จะจ่ายภาษีน้อยลงเพียง 1,500 บาทเท่านั้น และแน่นอนว่าผู้ที่มีรายได้ไม่อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีก็จะไม่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการนี้เลย

ว่าไปแล้ว ก็ถูกทั้งสองฝ่าย อยู่ที่มุมมองที่แตกต่างกัน เพราะผู้ที่เสียภาษีอัตราสูงสุดย่อมมีสิทธิมองว่า เมื่อเขาจ่ายภาษีสูงย่อมเป็นธรรมดาที่จะได้รับส่วนลดเงินภาษีมากกว่าคนที่จ่ายภาษีน้อยกว่า แต่ผู้ที่มีรายได้น้อยก็มีสิทธิมองว่ามาตรการนี้คืนเงินภาษีให้ผู้ที่มีรายได้สูงอยู่แล้วไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง แต่กลับคืนเงินภาษีให้ผู้ที่มีรายได้น้อย ชักหน้าไม่ถึงหลังน้อยกว่าผู้ที่มีรายได้สูง ยึดหลักความยุติธรรม

จะผิดถูกอย่างไรในแง่ความเป็นธรรม ก็สุดแต่ความเห็นของแต่ละคน แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลกล้าพอที่จะตัดสินใจออกมาตรการที่มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แทนที่จะลอยตัวโบ้ยปัญหาทุกอย่างไปที่สภาวะเศรษฐกิจ และเชื่อว่ารัฐบาลคงมีความจำเป็นที่ต้องตัดสินใจออกมาตรการเชิงนโยบายอีกมากมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง ในฐานะประชาชนเราก็ควรรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ส่วนจะเชื่อใคร รักใครชอบใครหรือไม่ชอบใครเป็นสิทธิของเรา ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่อยากให้เรารับข้อมูลและความเห็นที่แตกต่างแล้วตัดสินใจชอบใครหรือไม่ชอบใคร แต่อยากให้ตัดสินใจเพียงว่าจะรับหรือไม่รับตัวนโยบายหรือมาตรการที่ผู้บริหารนำออกมาให้มากกว่า ทำอย่างนี้ได้ สบายใจดีครับ ไม่ขวางหูขวางตาเวลาเจอหน้าใคร

สำหรับผมแล้ว อยากเชียร์ให้รัฐบาลทำมาตรการนี้ให้เป็นการถาวรไปเลย แทนที่จะออกมาใช้แค่ 5 วันก่อนปีใหม่ พูดง่ายๆ คือ ให้ปรับเปลี่ยนการคำนวณรายได้พึงประเมินของบุคคลธรรมดาให้เหมือนนิติบุคคลไปเลย วิธีการคือ ถ้าท่านหรือผมไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ามาใช้ ก็สามารถที่จะนำรายจ่ายเหล่านั้นมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เหมือนบริษัทห้างร้าน ก่อนนำไปคำนวณภาษีที่จะต้องจ่าย รับรองว่าทำอย่างนี้รัฐบาลจะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ซื้อ ผู้ซื้อก็จะขอใบกำกับภาษีช่วยรัฐบาลคุมการชำระภาษีธุรกิจเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดีกว่าการให้นำใบกำกับภาษีไปออกลอตเตอรี่จับรางวัลเป็นไหนๆ

พอเสนอไอเดียบรรเจิดอย่างนี้ ก็จะมีผู้ตั้งคำถามว่าทำอย่างนี้ SME จะตายหมด เพราะลำพังจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้างยังแทบจะเอาตัวรอดไม่ได้ ครั้นจะไม่ออกใบกำกับภาษีลูกค้าก็จะหนีไปช็อปที่ห้างใหญ่ๆ หรือร้านค้าในศูนย์การค้าหมด คิดอย่างนี้ก็ถูกอีก แต่ถ้าทำใจ (ร้าย) ว่าไม่เสียภาษีอยู่ไม่ได้ ปล่อยให้แจ้งไป ส่วนผลกระทบด้านอื่น เช่น ผู้ประกอบการเล็กๆ น้อยๆ จะล้มละลาย ลูกจ้างจะไม่มีงานทำ รอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วตามไปแก้ปัญหาก็ยังได้ ปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาใช่ไหมครับ ง่ายจะตายไป

เขียนมาถึงตรงนี้นึกได้ว่าเมื่อวานนี้ไปช็อปเพื่อชาติมาได้ใบกำกับภาษีมาเกือบเต็มโควตา รวมส่วนลดที่ห้างลดราคาและ “ส่วนลด” จากภาษีที่จะจ่ายน้อยลงแล้ว ถือว่าซื้อสินค้าได้ถูกพอสมควรเพื่อจะได้รับส่วนลดรวมเกือบ 50% คุ้มกับเวลาที่เสียเพื่อรอรับใบกำกับภาษี แต่ตอนไปนั่งรอคิวรับใบกำกับภาษีนี่สิครับ ได้ยินนักช็อปวัยรุ่นเด็กและรุ่นซีเนียร์หลายคนคุยกันว่าดีใจจะได้ลดภาษีถึง 1.5 หมื่นบาท เลยไม่รู้ว่าแกมาช็อปเพราะคิดว่าจะได้รับ “ส่วนลด” จ่ายภาษีน้อยลง 1.5 หมื่นบาทหรือเปล่า เจอเพื่อนฝูงที่เข้าใจอย่างนี้ช่วยกันสะกิดเตือนบ้างก็ดีครับ ไม่อย่างนั้นจะช็อปเพราะเข้าใจผิดในสาระสำคัญแล้วมาโวยวายรัฐบาลทีหลัง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน