
ยุวพุทธิกสมาคมฯ แหล่งสัปปายะ สำหรับโยคี
เมื่อนึกถึงยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านนึกถึงอะไร ผู้ที่เคยเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐาน บอกว่า
โดย...ส.สต
เมื่อนึกถึงยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านนึกถึงอะไร ผู้ที่เคยเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐาน บอกว่า นึกถึงโยคีนุ่งขาว ห่มขาว และที่สัปปายะในการทำภาวนา ที่น่าประทับใจ
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เกิดจากชาวพุทธวัยหนุ่ม 3 ท่าน คือ สุพจน์ แสงสมบูรณ์ เสถียร โพธินันทะ และ ดร.บุญยง ว่องวานิช โดยมีท่านสุชีโว ภิกฺขุ (สุชีพ ปุญญานุภาพ ป.ธ.9) แห่งวัดกันมาตุยาราม เป็นผู้ให้คำปรึกษา สถานที่ตั้งสมาคมแห่งนี้จึงตั้งในวัดกันมาตุยาราม เขตสัมพันธวงศ์ โดยมีพระอุโบสถของวัดเป็นที่สนทนาธรรม
หนังสือประวัติ ดร.บุญยง ว่องวานิช ระบุว่า พ.ศ. 2491 วัดกันมาตุยาราม วัดเล็กๆ ย่านไชน่าทาวน์ กลายเป็นที่รวมตัวของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มี สุพจน์ แสงสมบูรณ์ เสถียร โพธินันทะ และ ดร.บุญยง ว่องวานิช กัลยาณมิตรเป็นแกนนำ ทั้งหมดมีความตื่นตัวทางพระพุทธศาสนา โดยมี สุชีโว ภิกฺขุ ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์ที่ พระศรีวิสุทธิญาณ (อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ) ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาสนับสนุน ดังนั้นสถานที่สนทนาธรรม ค้นคว้าพระธรรมคำสอน จึงเป็นพระอุโบสถของวัดเล็กๆ กลางกรุงแห่งนี้
ผู้เขียนไปที่วัดกันมาตุยารามเช้าวันที่ 24 ธ.ค. 2558 พบเจดีย์มีจารึกว่า อนุสาวรีย์คุณแม่กลีบ มารดา พระดรุณรักษา (กัน สาครวาสี) ผู้สร้างวัดกันมาตุยาราม พ.ศ. 2407
ส่วนพระอุโบสถที่เคยเป็นที่ตั้งยุวพุทธิกสมาคมฯ มีที่โดดเด่นคือประตูและหน้าต่างประดับมุกทั้งหมด โดยมีเจดีย์ทรงลังกาแท้ๆ อยู่ด้านหน้า ส่วนบริเวณวัดที่เคยมีศาลาขนาดกะทัดรัดตรงกลางถูกรื้อออก จึงมองเห็นวัดแคบๆ รอบด้าน ส่วนหนึ่งเป็นพระอุโบสถ เจดีย์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกุฏิที่พักสงฆ์ คณะธรรมยุต
ส่วนภูมิหลังทั้ง 3 ท่านนั้น ดร.บุญยง เป็นผู้มีจิตใจงามมาตั้งแต่เด็ก อาจได้รับอิทธิพลมาจากคุณหมอล้วน ผู้เป็นบิดา ซึ่ง ดร.บุญยง เคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งตอน ดร.บุญยง ยังเป็นเด็กเล็กๆ ไปข้างนอกกับพ่อ พบเด็กกระเดียดถาดขนมไปขาย แต่เด็กคนนั้นสะดุดอะไรไม่ทราบหกล้ม ขนมกระจายเต็มถนน เด็กไม่รู้จะทำยังไงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น คงกลัวแม่ตีถ้ากลับไปบ้าน เขาเห็นคุณพ่อล้วงเงินจากกระเป๋าเป็นค่าขนมทั้งหมดให้กับเด็กไป “ผมเห็นท่านทำอย่างนี้ก็ฝังใจว่า เออ! ต่อไปเราก็ต้องช่วยเหลือคนอื่นเหมือนพ่อ”
สุพจน์ เพื่อนนักเรียนเก่าของ ดร.บุญยง ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ต่อมาได้เข้าอุปสมบท และในช่วงที่บวชเรียนอยู่นั้นได้ มุมานะในการศึกษาความรู้ทางธรรมทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติเป็นอย่างมาก
เสถียร นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา มีผลงานในด้านการบรรยายธรรม สอนหนังสือพระนักศึกษาที่สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย และเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติพระพุทธศาสนาหลายเล่ม
เมื่อบุคลทั้ง 3 ได้เริ่มโครงการใหญ่ระดับประเทศเพื่อร่วมมือกันเผยแผ่ธรรมะให้เป็นที่รู้จักให้กว้างขวางในสังคมไทย จึงคิดก่อตั้ง Y.B.G. (Young Buddhist Group) ในรูปแบบที่คล้ายๆ กับ Y.M.C.A. (Young Men’s Christian Association ) ขึ้นมา
ดังนั้น คณะยุวพุทธิกะ (Y.B.G.) จึงเป็นก้าวแรกของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Y.B.A.) ที่ก่อเกิดใน พ.ศ. 2493 ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับยุวพุทธิกสมาคมฯ เข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใน พ.ศ. 2503 ส่วน ดร.บุญยง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกสมาคมคนแรก และดำรงตำแหน่งต่อมารวม 24 ปี ส่วน อนุรุธ ว่องวานิช บุตรชาย ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมต่ออีก 22 ปี
นอกจากนั้น ทั้ง ดร.บุญยง บิดา และอนุรุธ บุตร ต่างก็ดำรงตำแหน่งประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เหมือนกันอีกด้วย
กิจกรรมยุวพุทธิกสมาคมฯ อยู่ในสายตาประชาชน และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2518 ขวัญ เอี่ยมอ่อง ได้ทูลเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 5 ไร่ ในซอยเพชรเกษม 54 ถนนเพชรเกษม แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานให้กับยุวพุทธิกสมาคมฯ เพื่อสร้างที่ทำการแห่งใหม่ และสร้างแล้วเสร็จ พ.ศ. 2523
ปัจจุบันยุวพุทธิกสมาคมฯ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ของประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า ได้ขยายสาขาไปอีก 4 แห่ง และจะมีแห่งที่ 5 ที่ จ.ระยอง เร็วๆ นี้ โดยมีสมาคมต่างๆ อีก 48 สมาคม เข้ามาอยู่ในเครือข่าย
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเยาวชนคนหนุ่มสาว 10 กว่าคน ที่ตั้งใจจะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา ผ่านไป 60 กว่าปี องค์กรที่ก่อตั้งได้เติบใหญ่ขึ้นอย่างมั่นคง เป็นเสาหลักแห่งหนึ่งที่ชักชวนเยาวชนให้สนใจการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ดร.บุญยง มีส่วนสำคัญในการริเริ่มและผลักดันองค์กรจนกระทั่งมั่นคงถึงทุกวันนี้







