
เทพไท อัด ทักษิณ ยืมมือต่างชาติออกปกขาว
เทพไท อัด ทักษิณ ยืมมือต่างชาติออกปกขาว โต้บิดเบือน 5 เรื่อง
เทพไท อัด ทักษิณ ยืมมือต่างชาติออกปกขาว โต้บิดเบือน 5 เรื่อง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออกสมุดปกขาวของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือ เป็นกระบวนการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้นักกฎหมายต่างชาติ ออกหนังสือเพื่อทำร้ายประเทศชาติ โดยในหนังสือดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น นับตั้งแต่ชื่อของหนังสือ "การสังหารหมู่ที่กรุงเทพกับข้อเรียกร้องหาการรับผิด" ซึ่งความจริงควรตั้งชื่อเป็น "การก่อการร้ายที่กรุงเทพ ข้อเรียกร้องหาความรับผิดชอบ จากพ.ต.ท.ทักษิณ"
ทั้งนี้ ในหนังสือปกขาวยังมีเนื้อหาบิดเบือนข้อเท็จริงอย่างน้อย 5 ประเด็น คือ 1. กล่าวหาว่าการปฏิวัติเมื่อปี 2549 เป็นความร่วมมือระหว่างคณะองคมนตรีและผู้บัญชาการทหาร เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งข้อเท็จจริงการรัฐประหาร เป็นเรื่องของนายทหารกลุ่มหนึ่งทนเห็นการบริหารประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณที่เต็มไปด้วยความฉ้อฉล แทรกแซงองค์กรอิสระ ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง ทุจริตคอรัปชั่น ใช้อำนาจเหนือระบบ สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ
2. การกล่าวหาว่ารัฐบาลนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลเฉพาะกิจจากผู้ทำรัฐประหารจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน นั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดียุบพรรคพลังประชาชน ไม่ได้ตั้งโดยคณะมนตรีความั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่เป็นการได้มาตามกลไกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนายอภิสิทธิ์ได้เข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ก็เป็นการแข่งขันกันในสภาผู้แทนราษฎรกับตัวแทนพรรคเพื่อไทย
3.การกล่าวหาเรื่องการกระชับวงล้อมว่า มีการใช้รถหุ้มเกราะบดขยี้ด่านชั่วคราวรอบแยกราชประสงค์ ทะลวงค่ายของคนเสื้อแดง ซึ่งทำไมหนังสือดังกล่าวไม่พูดถึงการสร้างบังเกอร์เป็นค่ายกลเหมือนกับการทำสงครามกลางเมือง และการที่จำเป็นต้องมีรถหุ้มเกราะฝ่าด่านดังกล่าวนั้น ก็เพราะมีการวางระเบิด ถังแก๊ส และมีกองกำลังติดอาวุธคอยทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
4. กล่าวหาว่ารัฐบาลควรดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่มีการสังหารพลเรือนกว่า 80 คน ซึ่ง อยากถามว่าผู้เสียชีวิตจำนวนดังกล่าว ใครเป็นผู้สังหารกันแน่ และทหาร ตำรวจ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ล้มตายไป เป็นเพราะฝีมือของใคร และรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มก่อการร้าย หรือแม้แต่คนเสิ้อแดงที่กระทำผิดกฎหมาย
และ 5. การกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ฟอกตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยดำเนินคดีอย่างไม่เป็นอิสระ ไม่ยุติธรรมตามกฎหมายระหว่างปรเทศ และละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองนั้น ซึ่งรัฐบาลไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรมมาฟอกรัฐบาล เพราะรัฐบาลประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า จะใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่ม และการแก้ปัญหาในขณะนี้ ไม่ได้ขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศใดๆทั้งสิ้น
"เป็นน่าสังเกตในหนังสือปกขาวฉบับนี้ ได้มีการเขียนคำนำด้วยตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนังสือดังกล่าวพ.ต.ท.ทักษิณเป็นของหนังสือตัวจริง เพียงแต่ยืมมือคนต่างชาติมาทำลายประเทศชาติของตัวเอ และการที่พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าได้ให้สำนักกฎหมายของนายโรเบิร์ต ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ เพื่อให้โลกเข้าใจว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงกำลังถูกทำร้ายในประเทศไทย จึงอยากถามพ.ต.ท.ทักษิณว่า ประชาธิปไตยกำลังถูกทำร้ายในประเทศไทย หรือประเทศไทยกำลังถูกทำร้ายจากพ.ต.ท.ทักษิณ ที่สมคบกับคนต่างชาติใส่ร้ายประเทศไทย" นายเทพไทกล่าว
เทพไท อัดพท.ตั้งทีมจับผิดคำพูดนายกฯ แค่การดิสเครดิต การันตีใช้ภาษาดีเด่นทั้งไทยอังกฤษ ย้อนไปจับผิดคำพูดคนในพรรค
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยจะจัดทีมติดตามวิเคราะห์คำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากใช้ภาษาเข้าใจยากกำกวมนั้น เป็นการจ้องจับผิดนายกฯเป็นวิธีการหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ที่จะสร้างประเด็นทางการเมืองเพื่อเอาใจนายใหญ่ และเชื่อว่าไม่สามารถที่จะจับผิดคำพูดนายกฯได้อย่างแน่นอน เพราะคนอย่างนายอภิสิทธิ์ ไม่เคยพูดความเท็จ และทุกครั้งที่พูดก็ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว เป็นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ การที่จะกล่าวหาว่านายกฯพูดเข้าใจยากนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเจตนาที่ต้องการดิสเครดิตนายกฯเท่านั้น ทั้งๆที่กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงานวันภาษาไทยประจำปี 2553 และมอบรางวัลให้แก้ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น นายอภิสิทธิ์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นประจำปี 2553 ด้วย เพราะเป็นคนที่ใช้ภาษาไทยถูกต้อง
นายเทพไท กล่าวว่า นายอภิิสิทธิ์ ไม่เคยพุูดจาในลักษณะใช้ภาษาไทยคำอังฤษคำ เหมือนผู้นำบางคน รวมไปถึงนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่ชอบอภิปราย ใช้ภาษาไทยผสมภาษาอังกฤษแบบครึ่งๆกลางๆ ซึ่งต่างกับนายกฯที่มีความสามารถใช้ภาษาได้อย่างดีเยี่ยมทั้งไทยและอังกฤษ ก่อนที่จะตรวจสอบหรือจับผิดนายกฯ ทีมงานชุดดังกล่าวควรไปจับผิดคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรค และคนอื่นในพรรคเพื่อไทยให้ได้ก่อนว่าพูดจารู้เรื่องหรือไม่ พูดภาษาไทยต้องแปลเป็นไทย พูดไทยคำฝรั่งคำอยู่เป็นประจำ







