
ทรูยันคุ้ม900ลดต้นทุน จัสมินได้มือถือมาเติมเต็ม
ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจบการประมูลในครั้งนี้ ทรูจะเดินหน้าต่อในการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทุกจุดในการให้บริการและใช้คลื่นอย่างมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งคลื่น 900 MHz ที่ได้มานั้น จะช่วยเพิ่มเรื่องคุณสมบัติในการส่งสัญญาณได้ครอบคลุมกว่าถึง 3 เท่า ช่วยลดภาระต้นทุนถึง 4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริการ 4จี ครอบคลุมประชากร 97% ของประเทศ
ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจบการประมูลในครั้งนี้ ทรูจะเดินหน้าต่อในการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทุกจุดในการให้บริการและใช้คลื่นอย่างมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งคลื่น 900 MHz ที่ได้มานั้น จะช่วยเพิ่มเรื่องคุณสมบัติในการส่งสัญญาณได้ครอบคลุมกว่าถึง 3 เท่า ช่วยลดภาระต้นทุนถึง 4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริการ 4จี ครอบคลุมประชากร 97% ของประเทศ
ปัจจุบัน ทรูมีส่วนแบ่งมูลค่าตลาดบริการโทรคมนาคม 2.4 แสนล้านบาท อยู่ที่ 20% และตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีส่วนแบ่งเป็น 34% ซึ่งกลุ่มทรูจัดสรรงบในการลงทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัท เงินกู้หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และการจำหน่ายสินทรัพย์เพิ่มเติมในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล หรือ DIF
“ในเรื่องของเงินประมูลที่ทุกฝ่ายมองว่าสูงเกินไปนั้น ทางทรูกลับคิดว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน เพราะคลื่น 900 นั้น หากเป็นฐานผู้ใช้งาน 4จี ยังมีอยู่กว่า 15 ล้านราย ซึ่งกระจายไปในทุกโอเปอเรเตอร์ จึงเป็นโอกาสที่ทรูจะเข้าไปสานต่อ ซึ่งเม็ดเงินที่นำมาใช้นั้น มาจากส่วนต่างๆ คือทั้งกระแสเงินสด เงินกู้และกองทุน ทำให้ยังมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี ส่วนทางไชน่าโมบายที่เป็นพันธมิตรกับเรานั้น จะมีการเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่ อันนี้ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของทางนั้น ส่วนการจ่ายเงินล็อตแรกให้แก่ทาง กสทช.นั้น จะเป็นไปตามเงื่อนไข
ที่ กสทช.กำหนด” ศุภชัย กล่าว
ส่วนการเข้ามาในตลาดโทรคมนาคมของจัสมินที่มีรูปแบบธุรกิจคล้ายกันนั้น บริษัทเคารพการตัดสินใจของทุกฝ่าย และถือว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคจะมีทางเลือกใหม่ ทำให้การแข่งขันมีความน่าสนใจมากขึ้น แม้จะมีรูปแบบการทำธุรกิจที่คล้ายกัน แต่ไม่ถือว่าเป็นคู่แข่ง เพราะการเริ่มต้นวางโครงสร้างพื้นฐาน จำนวนคลื่นในมือ ฐานลูกค้าหรือโปรโมชั่นต่างๆ ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะคลื่นแค่ 10 เมกะ เฮิรตซ์นั้น ไม่พอต่อการให้บริการลูกค้าจำนวนมาก
“ยังไม่ได้มองว่าจัสมินเป็นคู่แข่ง เพราะยังมีการวางโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก นอกจากนี้บริการอีกหลายส่วนของจัสมินแตกต่างจากทรู ซึ่งการเข้ามาลงทุนใหม่มักจะมีความเสี่ยงแน่นอน เพราะต้องลงทุนทั้งดีไวซ์ โครงข่ายและคอนเทนต์ และทรูมั่นใจว่าการวางธุรกิจให้เป็นคอนเวอร์เจนซ์ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้บริษัทเพื่ออนาคต” ศุภชัย กล่าว
พิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือแจส กล่าวว่า นับเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มจัสมิน ในการประมูลได้คลื่น 900 MHz เนื่องจากได้ธุรกิจเครือข่ายมือถือเข้ามาเติมเต็มธุรกิจที่มีอยู่ ซึ่งในปีหน้าจะได้เห็นธุรกิจโมบายกับฟิกซ์บรอดแบนด์เข้ามาอยู่ด้วยกัน และจะทำให้เห็นการ
ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
ทั้งนี้ จากเงินที่ใช้ในการประมูล 75,654 ล้านบาท ถือว่าไม่สูงสำหรับแจส เพราะหากมีลูกค้าจากโมบายเข้ามาถือว่าเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากฐานรายได้ฟิกซ์บรอดแบนด์ 3BB ที่มีปีละกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งต่างจากโอเปอเรเตอร์ค่ายเดิมที่ต้องการคลื่นมาเพื่อรักษาฐานธุรกิจเดิม โดยในปีแรก หรือปี 2559 แจสตั้งเป้าลูกค้า 2 ล้านเลขหมาย โดยเบื้องต้นจะมาจากฐานลูกค้า 3BB ที่มี 2 ล้านครัวเรือน หรือ 8 ล้านคน รวมถึงลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการทางเลือกใหม่ และคาดว่า 3 ปีจะเพิ่มเป็น 5 ล้านราย และเริ่มทำกำไร พร้อมคาดว่าจะสามารถชิงส่วนแบ่งได้ 10% จากตลาดมือถือมูลค่า 3 แสนล้านบาท
ในส่วนของแหล่งเงินทุนนั้น พิชญ์ กล่าวว่า มีแหล่งเงินทุนหลากหลาย และจะดำเนินการโดยบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ทั้งหมด เช่น เงินสดจากกองทุน JASIF ที่มีกว่า 1 หมื่นล้านบาท และใบสำคัญแสดงสิทธิ อายุ 5 ปี หากมีการใช้สิทธิทั้งหมดจะมีเงินทุนเข้ามาอีก 5,000 ล้านบาท มีรายได้จาก 3BB ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท รวมทั้งการเจรจากับธนาคารใหญ่ไว้ 1-52 รายก่อนหน้านี้ หากสรุปได้จะมีเงินเข้ามาอีกหลายหมื่นล้านบาท รวมทั้งความสามารถในการกู้เงินจากกองทุน JASIF ที่มีมูลค่า กองทุน 5.5 หมื่นล้านบาทได้อีก 3 เท่า
ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 21 ธ.ค.
ที่ผ่านมา มีมติรับรองผลการประมูลคลื่น 900 MHz แก่ผู้ชนะการประมูลทั้งสองราย คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น โดยขั้นตอนจากนี้จะทำหนังสือแจ้งทั้งสองบริษัทให้มาชำระเงินประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท รวมทั้งวางแบงก์การันตีภายใน 90 วัน







