posttoday
ตลาดส่ายหน้า บีโอเจหมดกระสุนบาซูกา

ตลาดส่ายหน้า บีโอเจหมดกระสุนบาซูกา

21 ธันวาคม 2558

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ส่งสัญญาณไปเรียบร้อยแล้ว โฟกัสของทั่วโลกก็จับตาไปที่ธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกตามมาทันที โดยเฉพาะธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่มีผลการประชุมนัดสุดท้ายของปีตามออกมาติดๆ ในวันถัดไป

แม้ตลาดจะไม่คาดหวังการออกมาตรการผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในทันทีทันใด แต่กลายเป็นว่าผลการประชุมของบีโอเจที่ออกมาถือว่าสร้างความผิดหวังสำหรับตลาดอย่างมาก จนสร้างความสงสัยขึ้นว่า "หรือบีโอเจจะหมดอาวุธแล้ว"

บีโอเจยังคงประกาศคงนโยบายการเข้าซื้อพันธบัตรไว้ที่ 80 ล้านล้านเยน (ราว 23 ล้านล้านเยน) แต่ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ คือ การขยายอายุของพันธบัตรที่จะเข้าซื้อ ออกไปเป็นพันธบัตรอายุ 7-12 ปีด้วย จากเดิมที่จำกัดอายุไว้ 7-10 ปี รวมถึงออกโครงการใหม่สำหรับการเข้าซื้อกองทุนรวม (อีทีเอฟ) มูลค่า 3 แสนล้านเยน (ราว 8.7 หมื่นล้านบาท) โดยเป็นหนึ่งในมาตรการสนับสนุนตลาดด้วยการเข้าซื้อหลักทรัพย์ของเอกชน

อย่างไรก็ตาม ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ ระบุว่า การเข้าซื้ออีทีเอฟดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อใหม่เพื่อชดเชยและลดผลกระทบที่เกิดจากตลาด หลังหลักทรัพย์ที่ซื้อเข้ามานับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2002 มีกำหนดการจะต้องขายคืนในเดือน เม.ย.ปีหน้าตามกำหนดการ

โซอิจิโร มอนจิ หัวหน้านักกลยุทธ์ไดวะ เอสบี อินเวสต์เมนต์ ในกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า การเข้าซื้ออีทีเอฟที่ 3 แสนล้านเยน (ราว 8.7 หมื่นล้านบาท) เป็นมูลค่าน้อยเกินกว่าจะสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้น และยังจะทำให้นักลงทุนหมดความเชื่อมั่นในตัว คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ

“ถ้ามาตรการน้อยขนาดนี้ นักลงทุนบางส่วนจะคิดว่าบีโอเจทำดีที่สุดได้เท่านี้ ตัวคุโรดะเองเคยพูดว่าจะไม่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ แต่นี่ต่างหากที่เป็นการทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ” โซอิจิโร กล่าว

นักกลยุทธ์ของไดวะไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกว่าบีโอเจกำลังจะหมดกระสุนแล้ว นักวิเคราะห์และนักกลยุทธ์อีกหลายคนรู้สึกอย่างเดียวกัน รวมไปถึงนักลงทุนด้วย โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ปรับตัวลดลง 1.9% หรือ 336.76 จุด ปิดตลาดที่ 18,986.80 จุด เมื่อเทียบกับที่พุ่งขึ้นมามากถึง 5% ในช่วงที่บีโอเจประกาศขยายมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรเป็น 80 ล้านล้านเยน/ปี จากเดิมที่ 60-70 ล้านล้านเยน/ปี (ราว 17.4-20.3 ล้านล้านบาท)/ปี เมื่อเดือน ต.ค.2014

เศรษฐกิจญี่ปุ่นรอดการตกเข้าสู่ภาวะถดถอยมาได้อย่างฉิวเฉียดเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากการขยายตัวในไตรมาส 3 ที่ 1% จากตัวเลขเบื้องต้นที่ญี่ปุ่นประกาศออกมาที่ลบ 0.8% อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อกลับไม่มีวี่แววจะกลับไปถึงเป้าหมายที่ 2% ตามที่ตั้งเอาไว้ได้เลย

ราคาน้ำมันถูกฉุดให้ราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นปรับตัวลงในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และยากที่จะถึงเป้าหมายตามที่บีโอเจกำหนดเอาไว้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2016 ที่จะเริ่มต้นในเดือน เม.ย.ปีหน้า

การตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อมีจุดมุ่งหมายอย่างหนึ่งเพื่อสร้างความคาดหวังให้แก่ตลาดว่าจะเกิดอัตราเงินเฟ้อ แต่จากผลสำรวจทันคัน ผลสำรวจทางการของบีโอเจ บรรดาธุรกิจต่างคาดการณ์ว่าดัชนีอัตราเงินเฟ้อจะขยับถึง 1% ช่วงปีหน้า ลดลงจากผสำรวจก่อนเดือน ก.ย. ที่ 1.2%

ดังนั้น วี่แววที่เงินเฟ้อจะกลับถึงเป้าหมายตามกำหนดระยะเวลาที่บีโอเจตั้งเอาไว้เริ่มจะหมดลงไปแล้วทุกที และการสร้างความคาดหวังอัตราเงินเฟ้อก็ไม่สำเร็จตามที่วางเอาไว้ ในขณะที่ตลาดยังคงหวังจะได้เห็นการกระตุ้น "ใหญ่" ให้สมชื่อบาซูกาของบีโอเจอีก ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการขยายการเข้าซื้อพันธบัตร

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คุโรดะ กล่าวว่า จะไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบอย่างแน่นอน ในขณะที่ ทาเคฮิโระ ซาโตะ กรรมการนโยบายการเงินของบีโอเจ ระบุว่า บีโอเจไม่สามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลคืนด้วยอัตราในปัจจุบัน เนื่องจากสถาบันการเงินบางแห่งเริ่มไม่อยากจะขายพันธบัตรรัฐบาลให้บีโอเจซื้อคืนเสียแล้ว

จึงอาจเป็นเหตุผลให้บีโอเจขยายอายุพันธบัตรที่เข้าซื้อ เพราะเริ่มจะหาพันธบัตรที่จะซื้อไม่ได้แล้ว และยังส่งผลให้อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บีโอเจไม่สามารถขยายวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตร แม้ ซาโตะ ระบุว่า ผลของคิวอีเริ่มจะหมดไปแล้วเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะยาวเริ่มที่จะไม่ปรับลดลงแล้ว

ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ออกมาต้อนรับนโยบายของบีโอเจ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้มีการขึ้นเงินเดือนพนักงานและเพิ่มการลงทุน อย่างไรก็ตามภาคเอกชนญี่ปุ่นแม้จะได้ประโยชน์จากมาตรการของบีโอเจ แต่ก็ยังกังวลต่อเศรษฐกิจโลกจนไม่สามารถเห็นการขึ้นเงินเดือนที่มากจนเห็นได้ชัด

การเติบโตของอัตราเงินเดือนญี่ปุ่นในปี 2015 นี้อยู่ที่ราว 0.1-0.9% แต่สำหรับเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา อัตราดังกล่าวติดลบลงไป 2.5% ในขณะที่การส่งออก ซึ่งได้รับประโยชน์จากมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรและค่าเงินเยนอ่อนโดยตรงร่วงลงไป 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2012 ท่ามกลางแรงซื้อโลกที่ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่บีโอเจออกอาวุธเล็กๆ เพื่อช่วยเสริมนโยบายของภาครัฐ ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ไม่พึ่งพาแต่นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มผนึกความร่วมมือกับภาคการคลังเพื่อช่วยเสริมเศรษฐกิจบ้างแล้ว แม้ญี่ปุ่นจะได้ชื่อเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะมากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 230% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา

แผนการที่ญี่ปุ่นเปิดเผยออกมาแล้วสำหรับปีงบประมาณ 2016 คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำราว 3% ไปอยู่ที่ราว 1,000 เยน/1 ชั่วโมง รวมถึงจะปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 32% ในปี 2015 นี้ ไปอยู่ที่ต่ำกว่า 30% ในปี 2016

นอกจากนี้ สภาญี่ปุ่นยังอนุมัติงบประมาณพิเศษเพิ่มเติมอีก 3.3213 ล้านล้านเยน (ราว 9.63 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย 3 หมื่นเยน/คน (ราว 8700 บาท) และยังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่คาดจะได้รับผลกระทบจากการค้าเสรียกภูมิภาคอย่างความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) อีกด้วย

เพราะฉะนั้น หากญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น อาจจะต้องเลื่อนการขึ้นภาษีขายจาก 8% เป็น 10% ออกไปอีก จากเดิมที่เลื่อนมาแล้วรอบหนึ่งจากเดือน ต.ค. 2015 เป็นเดือน เม.ย. 2017 โดยการขึ้นภาษีขายดังกล่าวเมื่อปี 2014 นี่เอง ที่ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นดิ่งฮวบ และประชาชนลดการใช้จ่าย นำไปสู่การขยายมาตรการซื้อคืนพันธบัตรเมื่อเดือน ต.ค. 2014

ขณะเดียวกัน อาเบะก็ยังต้องรักษาสมดุลทางการคลังเอาไว้ให้ได้ โดยการรักษาคลังเป็นหนึ่งในลูกศรสามดอกของ "อาเบะโนมิกส์" ร่วมกับการใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลายและการปฏิรูปโครงสร้าง หรือการสนับสนุนภาคเอกชนนั่นเอง ในขณะที่สังคมผู้สูงอายุจะทำให้ญี่ปุ่นต้องใช้งบประมาณมากขึ้นๆ ในการจ่ายบำนาญและเบี้ยยังชีพ

ปัญหาของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยากที่จะทำให้บีโอเจใช้มาตรการทางการเงินเศรษฐกิจพยุงเพียงฝ่ายเดียว และจากมาตรการใหม่ของบีโอเจก็แสดงให้เห็นแล้วว่าบีโอเจต้องการช่วยสนับสนุนภาคเอกชนควบคู่ไปกับทิศทางของรัฐบาล

บีโอเจยังไม่ส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม "ใหญ่ๆ" ใดๆ ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา และคงต้องรอการประชุมงวดหน้าในเดือน เม.ย. 2016 ถึงจะเห็นสัญญาณอะไรบ้าง โดยทิศทางของบีโอเจก็คงเป็นการเดินหน้าสนับสนุนภาคเอกชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกระสุนปืน หรือบาซูกาก็ตาม

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน