
3จี กับ 4จี
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
เรียบร้อยไปแล้วสำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz เพื่อใช้งาน 4จี ที่ขับเคี่ยวกันมายาวนานถึง 4 วัน 4 คืน จากวันที่ 15 ธ.ค. 2558 เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 00.15 น. ของวันที่ 19 ธ.ค. 2558 จนมาจบในรอบที่ 199 จาก 4 ผู้ประกอบการ เป็นผู้ประกอบการเดิมที่ให้บริการอยู่แล้ว 3 ราย คือ AIS DTAC และ TRUE และน้องใหม่อย่าง JAS ที่หาญกล้าเข้ามาท้าทายเจ้าตลาด เป็นการประมูลเพื่อแย่งชิงคลื่น 2 ชุด ซึ่งในที่สุดผลออกมาแบบหักปากกาเซียน โดยผู้ชนะคือ TRUE ที่ราคา 76,298 ล้านบาท และ JAS ที่ราคา 75,654 ล้านบาท เป็นการชนะยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ในวงการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง AIS และเบอร์ 2 อย่าง DTAC
เมื่อจบการประมูลคลื่น 900 MHz ในครั้งนี้ มีเงินเข้ารัฐจากสองใบอนุญาต 151,952 ล้านบาท หลังจากเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีการประมูล 4จี คลื่น 1800 MHz จาก 2 ใบอนุญาต 4 ผู้เข้าประมูลชุดเดียวกัน ใช้เวลา 33 ชั่วโมง ได้เงินเข้ารัฐ 80,778 ล้านบาท จาก AIS 40,986 ล้านบาท และ TRUE 39,792 ล้านบาท
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโทรคมนาคม จึงไม่รู้ว่าราคาที่ประมูลได้นั้นแพงหรือไม่แพง แต่ผมใช้วิธีเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ก่อนเปลี่ยนระบบจากสัมปทานเป็นประมูลใบอนุญาตนี้ ผู้ประกอบการมีภาระที่ต้องจ่ายเงินให้รัฐอย่างไร
ข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินสัมปทานที่หาได้ ก่อนหน้านี้ AIS DTAC TRUE มีสัญญาสัมปทานกับรัฐ จ่ายค่าภาษีสัมปทานแก่รัฐตามตารางประกอบ (หน่วย : ล้านบาท)
บริษัทเหล่านี้ได้ทรัพยากรของชาติไปทำมาหากิน ไม่ผูกขาดก็เหมือนผูกขาด เพราะแม้มีผู้ประกอบการ 5 ราย แต่มีเพียง 3 รายที่เป็นเอกชน มีเพียง 3 รายที่ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบทั้งหมด มีเพียง 3 รายที่ประกอบการในเชิงธุรกิจ ส่วนอีก 2 ราย เป็นรัฐวิสาหกิจ คือ TOT และ CAT ซึ่งไม่ต่างอะไรกับไม้ประดับ ผมเคยไปติดต่ออยากจะเป็นลูกค้า เพราะอยากจะใช้สินค้าของรัฐ แต่เข้าไปสำนักงานเหมือนไปติดต่อราชการ ไม่มีข้อมูล ไม่มีการต้อนรับ ไม่มีการจูงใจ เข้าไปแล้วรู้สึกได้ว่า เขาอยากจะไล่ไปให้พ้น เปรียบเทียบกับของเอกชน 3 รายแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่รู้ว่าผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้บริหารอย่างไร ไม่รู้สึกรู้สากับกิจการโทรคมนาคมเลยหรือ หรือจะเป็นอย่างที่มีคนนินทาว่า บริษัทเอกชนเลี้ยงดูผู้บริหารอย่างดี ดีจน 2 รัฐวิสาหกิจนี้ อยู่ในสภาพเหมือนบริษัทร้าง
บริษัทเอกชนที่ได้ทรัพยากรไปทำมาหากินจนกำไรมหาศาลเหล่านี้ จ่ายค่าสัมปทานให้กับรัฐปีละเป็นพันเป็นหมื่นล้าน แต่บริษัทเหล่านี้ก็ยังมีกำไรเป็นพันเป็นหมื่นล้านเช่นกัน
จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ AIS มีกำไรจากผลประกอบการปี 2557 ปีเดียว 3.6 หมื่นล้านบาท DATC กำไร 1 หมื่นล้านบาท TRUE กำไร 1,000 ล้านบาท
คิดอย่างคณิตศาสตร์ง่ายๆ ค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ที่ประมูลไปใบละ 7.6 หมื่นล้านบาท นี้ ถ้าเป็น AIS ใช้เวลาไม่ถึง 3 ปี ก็จ่ายหมดแล้ว ที่เหลืออีก 12 ปี เป็นกำไรล้วนๆ
ถ้าคิดแบบคณิตศาสตร์ชาวบ้าน ราคาประมูลคลื่น 900 MHz ก็ยังถือว่าไม่แพง
ประเด็นที่มีคนสงสัยว่า ทำไม TRUE สู้ไม่ถอย ทั้งๆ ที่ผลกำไรน้อยกว่า AIS และ DTAC ประเด็นนี้ถ้าพิจารณาจากการประกอบธุรกิจของเจ้าของที่แท้จริง คือกลุ่มซีพีของเจ้าสัวแล้ว น่าจะเป็นไปเพื่อหวังครองตลาดในอนาคต เพราะใครๆ ก็มองออกว่า ธุรกิจโทรคมนาคมมีแต่เติบโต สร้างกำไรได้อย่างมหาศาล เจ้าสัวมองทะลุไปเกิน 10 ปีแล้ว การลงทุนในระดับแสนล้านเพื่อผลกำไรหลายแสนล้านบาท เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
หากประมูลใบอนุญาตครั้งละใบ โดยไม่มีข้อห้ามการถือใบอนุญาตซ้ำ TRUE คงยอมกู้เงินจากทุกมุมโลกทุ่มประมูลให้ได้คนเดียว
เห็นผลการประมูล 4จี ใน 2 ครั้งที่ผ่านมาแล้ว ทำให้นึกถึงการแจกคลื่น 3จี เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ที่ กสทช.ในยุคนั้นภูมิใจนักหนาว่าเป็นภารกิจเพื่อชาติที่สร้างความสำเร็จ ทำให้รัฐมีรายได้เป็นเงินจำนวนมากถึง 41,625 ล้านบาท จาก AIS 14,625 ล้านบาท DTAC และ TRUE รายละ 13,500 ล้านบาท
กรณีของ 3จี ผมเรียกว่าเป็นการแจก เพราะไม่อาจทำใจยอมรับได้ว่าเป็นการประมูล ถ้ายังจำกันได้ การจัดประมูล 3จี ในครั้งนั้น มีนักวิชาการออกมาท้วงติง ผมเองเคยเขียนบทความให้ความเห็นว่า ไม่ใช่การประมูล เพราะมีคลื่น 3 กอง ผู้ประมูล 3 ราย อยู่เฉยๆ ก็ได้คลื่น 1 กองแน่นอน แล้วจะสู้ราคากันทำไม แต่ AIS ก็ยังขึ้นราคาสูงกว่ารายอื่น เพื่อต้องการคลื่นที่อยู่ใกล้ๆ กับคลื่นของ TOT
คนในวงการเขาแอบกระซิบว่า รู้ใช่ไหมว่า AIS มีสัมพันธ์ที่ดีกับ TOT การได้คลื่นที่อยู่ใกล้ชิดติดกับ TOT นั้น เหมือนถนนติดกัน เพื่อนกันยืมกันใช้บ้างคงไม่ว่ากัน
คลื่น 3จี ที่ประมูลกัน แม้คุณภาพจะต่างจาก 4จี แต่อายุใบอนุญาต 15 ปีเท่ากัน มูลค่าจึงไม่น่าจะต่างกันมาก AIS จ่ายค่า 3จี สูงสุด 14,625 ล้านบาท แต่ราคาต่ำสุดของค่าย 4จี อยู่ที่ 39,792 ล้านบาท ยังไม่นับรวมถึงมูลค่าสูงที่สุด 76,298 ล้านบาท
มูลค่าส่วนต่างกว่า 2 หมื่นล้านบาท หายไปไหน มีเงินที่บริษัทเหล่านี้ไปทำตกหล่นเข้ากระเป๋าใครในต่างประเทศบ้างหรือเปล่า
ในการแจกคลื่น 3จี กสทช.พยายามให้ความเห็นในทำนองว่า เมื่อราคาใบอนุญาตถูก ราคาการให้บริการก็จะถูกไปด้วย ประชาชนได้รับประโยชน์ แต่ครั้งนี้กลับยืนยันว่า ไม่ว่าจะประมูลเท่าไร ราคาการให้บริการจะไม่แพงขึ้น เพราะมีข้อกำหนดเอาไว้แล้ว
ความแตกต่างของ 3จี และ 4จี ที่เห็นได้ชัดๆ คือ เกิดขึ้นคนละยุคคนละสมัยกัน 3จี เกิดขึ้นในปี 2555 ในยุครัฐบาลปูแดง ที่พี่คิด-น้องทำ-ประเทศรับกรรม แต่ 4จี เกิดขึ้นในยุค คสช. ยุครัฐบาลทหาร ยุคที่คนชอบโกงกินโจมตีว่าเป็นเผด็จการ ยุคที่เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง
เพียงแค่การบริหารทรัพยากรของชาติ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ใครทำเพื่อชาติ ใครทำเพื่อญาติ







