
สหรัฐย้ำไทยเร่งคืนประชาธิปไตย
สเตรทไทมส์ เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุ ประเทศไทยจำเป็นต้องกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนด้วย
สเตรทไทมส์ เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุ ประเทศไทยจำเป็นต้องกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนด้วย
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไทยและสหรัฐจัดการประชุมหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐ ครั้งที่ 5 โดยมีรัสเซลเป็นตัวแทนฝ่ายสหรัฐ และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำการหารือฝ่ายไทย การหารือดังกล่าวถือเป็นการประชุมครั้งแรกในรอบ 3 ปี
รัสเซลยอมรับว่า ตามกฎหมายของสหรัฐ ไม่ให้อำนาจกองทัพสหรัฐในการร่วมมือกับกองทัพไทยอย่างเต็มรูปแบบ จนกว่าไทยจะปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
“สหรัฐหวังว่าไทยจะมีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากระบอบประชาธิปไตยในเร็วๆ นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” รัสเซล ระบุ
นอกจากนี้ รัสเซลยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐและไทยเป็นมิตรประเทศกันมาอย่างยาวนาน สหรัฐต้องการเห็นไทยมีความเป็นเอกภาพ มีเสถียรภาพ มีความมั่นคง ปลอดภัย รุ่งเรือง มั่งคั่ง และมีอิทธิพล
ขณะเดียวกันไทยและสหรัฐยังได้กระชับความร่วมมือด้านสาธารณสุข การวิจัยทางการแพทย์ การค้ามนุษย์ และการบังคับใช้กฎหมาย สำหรับความร่วมมือทางการทหาร โดยเฉพาะการซ้อมรบคอบร้าโกลด์ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่มีการลดขนาดการซ้อมรบร่วมลงในปี 2015 นั้น จะดำเนินต่อไปในอนาคต
ด้าน อภิชาติ ชินวรรโณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การหารือในครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐในเชิงบวก เนื่องจากเป็นการหารือที่จริงใจและตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า การที่สหรัฐส่งตัวแทนเยือนไทยในครั้งนี้หลังตัดความช่วยเหลือทางการทหารต่อไทยไปหลังการรัฐประหาร สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของสหรัฐต่อไทย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ จนกว่าจะถึงปี 2017 และไทยยังอยู่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ
ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ (ไอเอสไอเอส) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า การบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันมีแนวโน้มจะอยู่อีกสักระยะ และรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ยกระดับความสัมพันธ์ทั้งทางการทหารและเศรษฐกิจกับรัฐบาลจีน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐในการรักษาฐานยุทธศาสตร์กับไทย
จากรายงานของสถาบันศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไอเอสอีเอเอส) ชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาผู้นำของไทย ซึ่งรวมถึงช่วงก่อนการรัฐประหาร ไม่ได้กระตือรือร้นต่อบทบาทที่สำคัญของสหรัฐในเอเชียมากเท่าที่ควร และในปัจจุบันรัฐบาลไทยเอนไปทางจีนมากกว่า ทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ







