
Shizuoka 3
ถัดจากอะตามิลงมาประมาณ 30-40 นาที เป็นที่ตั้งของเมืองออนเซนเล็กๆ ริมทะเลที่มีชื่อว่าอิโตะ (Ito onsen)
ถัดจากอะตามิลงมาประมาณ 30-40 นาที เป็นที่ตั้งของเมืองออนเซนเล็กๆ ริมทะเลที่มีชื่อว่าอิโตะ (Ito onsen) สำหรับคนที่ชอบเมืองใหญ่ที่นี่อาจจะไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าชอบเมืองเล็กแนวสโลว์สเต็บละก็ ที่นี่ใช่เลย ด้วยบรรยากาศของหมู่บ้านประมงบวกกับเมืองตากอากาศริมทะเลและสถานอาบน้ำแร่ ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ญี่ปุ่นจ๋าแต่ก็ไม่ถึงกับสากล ประกอบกับเป็นเมืองริมทะเลที่ประชิดเขา เลยมีที่พักและที่เที่ยวต่างอารมณ์ภายในเมืองเดียว และที่สำคัญคือยังมีคนไทยไปเที่ยวไม่ค่อยมาก สถานประกอบการหลายแห่งยังใหม่กับการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ชวนให้ลองไปเที่ยวดูสักครั้ง วันนี้เลยอยากแนะนำที่พักที่เที่ยวและที่กินของเมืองนี้ให้ท่านผู้อ่านได้เก็บข้อมูลกันครับ
ผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปพักที่เรียวกังแห่งหนึ่งในเมืองอิโตะมา เป็นที่พักที่ผมประทับใจมากเพราะห่างจากตัวเมืองนิดเดียว แต่บรรยากาศเหมือนพักอยู่กลางสวนป่าเลย ที่พักแห่งนี้มีชื่อว่า Kiranosato รถวิ่งในเมืองอยู่ดีๆ พอเลี้ยวขึ้นเนินไปสองแยกกลายเป็นเรียวกังกลางดงเฉยเลย และไม่ใช่มีแค่เรียวกังหลังเดียว แต่เป็นหมู่บ้านขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ กะคร่าวๆ ด้วยสายตาก็ประมาณ 10 ไร่ แบ่งประเภทอาคารออกเป็น 2 ชุด ชุดที่พักมี 3 กลุ่ม แบ่งเป็นระดับมาตรฐาน Hatago Yawatano เป็นอาคารหลังเดียว 3 ชั้น แต่ละห้องมีทั้งส่วนที่เป็นเตียงและส่วนที่เป็นเสื่อทาทามิ จะเอาที่นอน (Futon) ออกมาปูนอนก็ได้ แต่ถ้าอยากนอนให้หรูขึ้นอีกนิดก็ต้อง Bettei Yamanoto เป็นหมู่อาคาร 5 หลัง หลังละ 2 ชั้น ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ ห้องพักตกแต่งคล้ายคลึงกับที่ Yawatano แต่เพิ่มพื้นที่นอกชานให้ออกมานั่งชมวิวฟังเสียงนกกายามเช้า และระดับสูงสุด Hanare Takabue เป็นอาคาร 7 หลัง ห้องพักใหญ่โตแบ่งแยกเป็นสัดส่วน และเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย ออนเซนส่วนตัวในห้องเลย
อาคารประเภทที่สองเป็นกลุ่มอาคารบริการประกอบด้วย Choba หรืออาคารรับรองแขกที่เป็นทั้งฟร้อนท์เด็กซ์เช็กอิน ร้านขายของ และที่นั่งดื่มกาแฟ ฝั่งตรงข้ามเป็นกลุ่มอาคาร Rakuan มีห้องอาหาร 2 ห้อง คือ Yamaboushi ที่บริการอาหารจานเนื้อ แต่ถ้าอยากทานอาหารทะเลต้องไปห้อง Umitsubaki ที่อยู่ติดกัน ผมเลือกทานเมนูอาหารทะเลเพราะอิโตะเป็นทั้งเมืองออนเซนและเมืองท่าประมงคงมีของดีไม่น้อย ชุดที่ทานมีออร์เดิร์ฟ 7 อย่าง ต่อด้วยซาชิมิที่สดมากแถมวาซาบิสดให้ขูดเอง ตามมาเป็นปลาซาบะย่างทานกับชีสอร่อยสุดๆ ปิดท้ายด้วยชาบุชาบุทะเลมีปลาบุรีและปลาหมึกยักษ์ให้ลวกทาน อร่อยทั้งคู่เลย ปกติผมไม่ค่อยปลื้มปลาหมึกยักษ์เท่าไหร่ แต่ของเขานี่นุ่มหนึบแต่ไม่เหนียวเลย ปิดท้ายด้วยข้าวหุงกับเนื้อปูและแปะก๊วยทานกับซุปมิโสะและผักดอง อิ่มกำลังดี ด้านข้างมีอาคารขนาดเล็กสำหรับให้คนขับรถหรือไกด์นำเที่ยวพัก ถัดมาอีกหน่อยเป็นกลุ่มอาคารน้ำแร่ มี 4 หลัง หลังใหญ่สุด Morinoya มีบ่อให้แช่หลายบ่อ โดยเฉพาะบ่อกลางแจ้งดีงามมาก แช่เย็นค่ำเช้า 3 รอบก็ไม่เบื่อ อีก 3 หลัง เป็นบ่อส่วนตัว ดีตรงที่ไม่ต้องจองและไม่เสียเงิน ถ้าห้องว่างก็หยิบป้ายไปวางตรง Signboard แปลว่า ห้องนี้มีคนใช้แล้วเป็นอันเรียบร้อยสบายแช่ได้ไม่ต้องอายใคร ผมชอบบ่อใหญ่ๆ เลยไม่ค่อยสนใจบ่อส่วนตัวขนาดเล็ก โถงด้านในมียาคูลท์ให้ทานฟรีในช่วงค่ำและเพิ่มนมสดให้อีกอย่างในตอนเช้า อาบเสร็จออกมาด้านนอกก่อนจะขึ้นห้องแวะทานราเมงก่อน เขามีบริการฟรีตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่มครึ่ง รสชาติไม่เลว หลังอาบน้ำแล้วได้ทานราเมงนี่สุดยอดเลยครับ ปิดท้ายด้วยการซื้อของฝากแต่กลับประทับใจคุณลุงเจ้าของที่เขียนลายบนถุงเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิและคำกลอน มีคุณค่ากว่าของที่ซื้อมากนัก บอกไว้ตรงนี้เลยว่ามาพักที่ Kiranosato แล้วประทับใจมากจนอยากพาลูกเมียกลับมาซ้ำเลยครับ







