
แนะปฏิรูปสื่อรัฐเทียบชั้นบีบีซี
เวทีปฏิรูปสื่อแนะดันสื่อรัฐ เป็นองค์กรมหาชนนำเสนอข้อมูลรอบด้าน-แยกผลประโยชน์ชัดเจน ยกระดับเทียบชั้น บีบีซี อังกฤษ
เวทีปฏิรูปสื่อแนะดันสื่อรัฐ เป็นองค์กรมหาชนนำเสนอข้อมูลรอบด้าน-แยกผลประโยชน์ชัดเจน ยกระดับเทียบชั้น บีบีซี อังกฤษ
เวทีปฏิรูปสื่อสู่การปฏิรูปสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดโดยสมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางที่จะผลักดันรัฐบาลให้ปฏิรูปสื่อสถานีโทรทัศน์ภาครัฐ และ ปฏิรูปสื่อเอกชน ตามแผนปรองดองแห่งชาติ
ทั้งนี้ นายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางปฏิรูปสื่อภาครัฐ อภิปรายว่า การปฏิรูปสื่อภาครัฐ จะต้องเริ่มจากการวางเงื่อนไข ให้รัฐบาลพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสื่อภาครัฐ โดยปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใดก็ตาม จะต้องกำหนดเป็นแผนที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการปฏิเสธแผนดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจว่า สื่อของรัฐ ไม่ใช่เป็นสื่อของรัฐบาล ไม่ใช่เป็นสื่อให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงสั่งการ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สื่อของรัฐ ก็คือการนำเสนอ ข้อมูลของรัฐและประเทศ ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิทธิเสรีภาพสื่อ โดยจะต้องแยกผลประโยชน์ของรัฐ ออกจากรัฐบาล
นายวรากรณ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลง ควรจะเป็นไปในลักษณะขององค์การมหาชน และดำเนินการคล้ายกับ บีบีซี ซึ่ง สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาล นำเสนอข้อมูลรอบด้านได้
ด้าน นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการด้านการปฏิรูปสื่อได้แลกเปลี่ยน ความเห็นกับคนในวงการสื่อมาเบื้องต้น เห็นว่า จะต้องมีการทำงานโดยตั้งเป็น 5 คณะทำงาน คือ ปฏิรูปบุคลากรสื่อ ,ปฏิรูปการทำงานที่ควบคุมกันเอง , ปฏิรูปกฎหมายด้านสิทธิเสรีภาพสื่อ , พิจารณาศึกษาในแง่กฎหมายวิทยุโทรทัศน์ และ คณะทำงานติดตามเฝ้าระวังของสื่อ
นายมานิจ กล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาลตรียมจัดรายการให้ฝ่ายค้านหรือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลมาร่วมเวที กับตัวแทนฝ่ายรัฐบาล หรือ เช่นวิปฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปสื่อ เป็นแค่การเปิดโอกาส ให้ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างมาแสดงความเห็นเท่านั้น ซึ่งในการนำเสนอข่าว ก็จะมีการนำความเห็นของทั้ง 2 ด้านมานำเสนออยู่แล้ว







