posttoday
เพื่อไทยติงข้อเสนอให้ญาตินักการเมืองแสดงทรัพย์สินเกินจำเป็น

เพื่อไทยติงข้อเสนอให้ญาตินักการเมืองแสดงทรัพย์สินเกินจำเป็น

10 ธันวาคม 2558

"สามารถ" มองข้อเสนอกรธ.ให้ญาตินักการเมืองแสดงบัญชีทรัพสินเกินจำเป็น-ไม่ได้ผล ทำคนตั้งใจทำงานท้อพร้อมส่งจดหมายเปิดผนึกถึง "มีชัย"

"สามารถ" มองข้อเสนอกรธ.ให้ญาตินักการเมืองแสดงบัญชีทรัพสินเกินจำเป็น-ไม่ได้ผล ทำคนตั้งใจทำงานท้อพร้อมส่งจดหมายเปิดผนึกถึง "มีชัย"

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่รัฐสภา กลุ่มอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย นำพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สามรถ แก้วมีชัย อีดตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย และคณะกว่า 50 คน ร่วมวางพานพุ่มสักการะที่พระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ

จากนั้น นายสามารถ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กรณีให้ญาติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินด้วยว่า ส่วนตัวคิดว่าเกินความจำเป็น และจะไม่ได้ผลอะไร ซึ่งคนที่ตั้งใจทุจริตก็คงฉลาดพอที่จะทำให้ไม่มีปัญหา ในทางกลับกันจะเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับคนดีๆที่จะเข้ามาทำงานการเมือง เพราะหากได้เป็นรัฐมนตรีแล้วก็คงไม่อยากให้พี่น้องเดือดร้อน ดังนั้น ในหลักการแล้วควรจะตรวจสอบในขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ เพราะมีองค์กรทั้งสตง. ป.ป.ช. ฯลฯ ที่สามารถเข้ามาตรวจสอบว่าตรงไหนส่อเจตนาทุจริตได้อยู่แล้ว ควรเน้นหาวิธีตรวจสอบตรงจุดนี้จะดีกว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่กรธ.วางหลักเกณฑ์ห้ามส.ส.ใช้งบแปรญัตติเพื่อประโยชน์ในพื้นที่ของตัวเอง นายสามารถ กล่าวว่า กรธ.ตั้งหลักการร่างรัฐธรรมนูญโดยมีอคติ มองนักการเมืองเป็นผู้ร้าย เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ อย่าลืมว่าส.ส.เป็นผู้ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร และสามารถจัดสรรงบไปแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่ได้ ควรให้เขาเข้ามาแปรญัตติอย่างเปิดเผย เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ อย่างไปเขียนอะไรที่มีอคติต่อนักการเมืองมากไป อย่างไรก็ตาม หากนำงบประมาณดังกล่าวไปให้ฝ่ายประจำจะเป็นการใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างผิดทิศผิดทาง ตรวจสอบก็ไม่ได้ อย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้ทำจดหมายเปิดผนึก ส่งถึงนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความสำคัญคือ

1. การร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดถือว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ให้ประชาชนมีสิทธิตัดสินใจและมีส่วนร่วมทางการเมือง ให้อำนาจทางการเมืองและอำนาจในการตรวจสอบไปตกอยู่กับคณะบุคคลหรือองค์กรซึ่งมาจากการแต่งตั้ง  อย่างเช่น การกำหนดให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง การให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งหรือสรรหา การให้องค์กรหรือคณะบุคคลที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การกำหนดวิธีการเลือกตั้ง ส.ส. ให้แปลกพิสดารและยุ่งยากสับสน การให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจถอดถอนนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประมุขฝ่ายบริหารและประธานรัฐสภาซึ่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติและมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

การเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดความขัดแย้งทางการเมืองหรือ “ผ่าทางตันทางการเมือง” ซึ่งผิดแปลกไปจากหน้าที่ตามปกติของศาลรัฐธรรมนูญที่ยึดถือเป็นสากลว่าไม่มีหน้าที่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา ที่ดูเหมือนจะเป็นการกีดกันบุคคลหรือคณะบุคคลบางฝ่ายโดยเฉพาะเจาะจง  และการเขียนรัฐธรรมนูญที่จะเปิดโอกาสให้มีการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวอย่างของการเขียนรัฐธรรมนูญที่เป็นการสวนทางและขัดแย้งกับพระราชปณิธานอันปรากฏในพระราชหัตถเลขาของล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ 7 อย่างชัดเจน

2.เนื่องด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจปกครองประเทศไปจากรัฐบาลประชาธิปไตย ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับ และจัดตั้งองค์กรหรือคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงต้องตั้งคำถามกับตนเองว่า แม้ท่านมิได้รับมอบอำนาจจากประชาชนให้เป็นผู้ร่างกติกาสูงสุดของประเทศ แต่เมื่อท่านมีโอกาส ท่านน่าจะใช้โอกาสนี้ร่างรัฐธรรมนูญที่ดี มีความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล เคารพในสิทธิมนุษยชน ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม สร้างดุลยภาพ ระบบตรวจสอบที่เหมาะสมและความรับผิดชอบของทุกองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตย ให้การเคารพในอำนาจตัดสินใจของประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการของรัฐของประชาชน เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และผลักดันการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไตร่ตรองโดยรอบคอบว่า จะร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หรือจะร่างรัฐธรรมนูญโดยมีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีอำนาจ

3. อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ให้นำร่างรัฐธรรมนูญไปจัดทำประชามติ เพื่อขอความเห็นชอบจากประชาชน อันถือได้ว่าได้มีการให้ความสำคัญและเคารพความเห็นและการตัดสินใจของประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงขอให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญตระหนักว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรทำให้ประชาชนรู้สึกสะดวกใจและเต็มใจที่จะรับร่าง การร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะที่รู้อยู่แล้วว่าจะไม่ผ่านการออกเสียงประชามติหรือหากผ่านก็ต้องไปรณรงค์ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายจนกลายเป็นความขัดแย้งระดับชาติขึ้นมาอีก ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนั้น ในการร่างรัฐธรรมนูญเป็นขั้นตอนสำคัญในการคืนอำนาจและคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่ “คืนการเลือกตั้ง” เท่านั้น ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญต้องมีความเป็นประชาธิปไตยที่ก้าวหน้ากว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพุทธศักราช 2550 ที่ถูกยกเลิกไปโดยการรัฐประหาร และต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้แก่คนในสังคมโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน

4.คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญควรตระหนักอยู่เสมอว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มิได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อที่จะปกป้องสิทธิ เสรีภาพและผลประโยชน์ที่ประชาชนคนไทยจะพึงได้รับเท่านั้น หากแต่จะต้องมีหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและผลประโยชน์ของพลเมืองอาเซียนทั้ง 600 กว่าล้านคนด้วย เพราะตามกฎบัตรอาเซียน ซึ่งคล้าย ๆ จะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาคมอาเซียนนั้นได้บัญญัติไว้ว่า “พลเมืองอาเซียนไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดย่อมมีสิทธิ เสรีภาพ และความคุ้มกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิเสรีภาพในทางการเมือง เสรีภาพในทางวิชาการ และสิทธิ เสรีภาพในชีวิตและร่างกาย โดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ