
ลุ้นอุทธรณ์ยึดทรัพย์แม้ว
ปธ.ศาลฎีกาเรียกลงมติ11ส.ค. หลังองค์คณะฯพบหลักฐานใหม่
โพสต์ทูเดย์
— ปธ.ศาลฎีกานัดลงมติ 11 ส.ค. รับไม่รับอุทธรณ์ยึดทรัพย์ “ทักษิณ–ครอบครัว” 4.6 หมื่นล้านนายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา ได้กำหนดวันนัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้ง 142 คน เพื่อลงมติว่าจะรับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาให้เงินจากการขายหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น และเงินปันผล จำนวน 46,373,687,454.70 บาท ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่ ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ทั้งนี้ องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาอุทธรณ์ รวบรวมประเด็นอุทธรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว และที่อัยการสูงสุด ยื่นคัดค้านอุทธรณ์ พร้อมทำบันทึกความเห็นว่า อุทธรณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในชั้นไต่สวนที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะรับอุทธรณ์ได้หรือไม่
สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วย นายพีรพล พิชยวัฒน์ รองประธานศาลฎีกา นายสมศักดิ์ จันทรา ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา นายมานัส เหลืองประเสริฐ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา และนายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
สำหรับการลงมติว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จะพิจารณาลงมติเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งหากที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่รับอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการ คดีเป็นอันยุติ
ขณะที่ประเด็นที่ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ยื่นอุทธรณ์ให้ไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม อาทิ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเขียนบทความและบทวิเคราะห์ทางวิชาการที่มีความเห็นแตกต่างเรื่องมาตรการ 5 ข้อนโยบายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นข้อกล่าวหาของอัยการสูงสุด หรือ เจ้าหน้าที่ธนาคารยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ กรรมการ ผจก.การเงิน เทมาเซกโฮลดิ้ง เพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ติดต่อหรือสั่งการเกี่ยวกับการทำธุรกรรมในบัญชีของ บริษัท แอมเพิลริช







