posttoday
วัดใจ ‘บิ๊กตู่’ ล้มโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตามคำสัญญาบนเวทีโลก COP21

วัดใจ ‘บิ๊กตู่’ ล้มโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตามคำสัญญาบนเวทีโลก COP21

08 ธันวาคม 2558

การประชุมรัฐภาคีสหประชา ชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

การประชุมรัฐภาคีสหประชา ชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (Conference of Parties : COP21) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา กำลังจะได้ข้อสรุปร่วมกันช่วงปลายสัปดาห์นี้

ภายในวันศุกร์ที่ 11 ธ.ค.นี้ ผู้นำจากโลกกว่า 150 ประเทศ จะทำข้อตกลงและกำหนดเป้าหมาย เพื่อยับยั้งไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

การประกาศเจตจำนงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละประเทศ หรือที่เรียกว่า Intended Nationally Determined Contributors (INDCs) นั้น ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันว่า “โลกกำลังอยู่ในจุดที่มิอาจย้อนกลับ”

ในเมื่อโลกเดินทางมาถึงวิกฤตการณ์ มนุษยชาติจึงจำเป็นต้องติดตามการประชุม COP21 อย่างใกล้ชิด นั่นเพราะหากข้อตกลงหรือเป้าหมายที่แต่ละประเทศให้ไว้ในการประชุมครั้งนี้ไม่ถูกนำไปปฏิบัติจริง อนาคตอันใกล้โลกจะเต็มไปด้วยมหันตภัยครั้งเลวร้ายที่สุด

ตอนหนึ่งในการประชุมย่อย Climate Action Tracker หรือ CAT ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือขององค์กรวิจัยนานาชาติเพื่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ได้จัดแถลงผลการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดจากแผนการสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก

การศึกษาพบว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผนจัดสร้าง 2,440 โรง ซึ่งหากสร้างตามแผนทั้งหมดจะเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 400% ภายในปี 2030 แต่แม้ว่าจะไม่มีการก่อสร้างใหม่เลย ปัจจุบันโครงการที่มีอยู่ก็เพิ่มการปล่อยก๊าซถึง 150% อยู่ดี

“ในส่วนของประเทศไทยได้ศึกษาครอบคลุมโรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา รวมถึงโครงการต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่งไฟฟ้ากลับมาขายให้ประเทศไทย เช่น โรงไฟฟ้าหงสา ประเทศลาว โรงไฟฟ้าตะนาวศรี ประเทศเมียนมา ซึ่งทั้งหมดใช้เชื้อเพลิงถ่านหินทั้งหมด” รายงานของ CAT ระบุ

รายงานการวิจัยชิ้นนี้ ระบุอีกว่า ไม่ว่าทางเลือกจะเป็นอย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสได้ภายในสิ้นศตวรรษ ตามเป้าหมายของการประชุม COP21

ปีเตอร์ แวน บรีวูร์ท ตัวแทนจาก Ecofys หนึ่งในองค์กรวิจัยร่วมในโครงการ CAT เสนอทางรอดเดียว คือ ต้องยกเลิกโครงการถ่านหินทั้งหมด

ท่ามกลางกระแสโลกที่ร่วมกันปฏิเสธถ่านหิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงว่า จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ภายในปี 2573 โดยมาตรการสำคัญคือ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการใช้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558–2579 (พีดีพี 2015)

“ประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซที่ 20-25% ภายในปี 2030 โดยจะมีมาตรการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้แผนพีดีพีฉบับใหม่ ลดการขนส่งทางถนน เพิ่มการขนส่งระบบราง ขจัดการบุกรุกป่า ทำแผนจัดการน้ำ และทำโรดแมปลดหมอกควัน” ผู้นำประเทศไทย กล่าวชัดถ้อยชัดคำ

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำอีกว่า จำเป็นต้องทำให้เกิดอุตสาหกรรมสีเขียวให้เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและยังเป็นการลดก๊าซเรือนกระจก

น่าแปลกที่ถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวทีโลกค่อนข้างย้อนแย้งกับการดำเนินการในประเทศไทย โดยเฉพาะแผนพีดีพี 2015 ที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 31 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง

เป็น 9 แห่ง ที่ถูกนำไปใช้เป็นฐานคำนวณ ก่อนจะได้ข้อสรุปว่านี่คืออุปสรรคต่อเป้าหมาย COP21

นอกจากนี้ แผนพีดีพี 2015 ยังเพิ่มสัดส่วนการใช้ “ถ่านหิน” จากเดิม 15-20% เป็น 20-25% ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากยิ่งขึ้น

ประเสริฐ ศิรินภาพร ผู้อำนวยการ สำนักงานประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อธิบายว่า คำประกาศของนายกฯ เป็นไปตามแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อาทิ เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนปีละ 5,000 ไร่ เพิ่มพื้นที่ป่าขึ้น 40% ของประเทศ เพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมืองให้ไม่น้อยกว่า 10 ตารางเมตร/คน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนต่อการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายอย่างน้อย 25%

มากกว่าคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกล้าหาญพอที่จะตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อแสดงความจริงใจ

เพราะถ้อยแถลงที่ประกาศบนเวทีโลก ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงฉากหนึ่งของใคร

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน