posttoday
ไอซีทีท้อรื้อมือถือ30วันไม่ทัน

ไอซีทีท้อรื้อมือถือ30วันไม่ทัน

22 กรกฎาคม 2553

คณะกรรมการไอซีทีปาดเหงื่อ เลิกสัมปทาน 2จี 30 วัน ทำไม่ทัน เร่งตั้งทีมทำงานเพิ่ม พร้อมเสริมผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย

คณะกรรมการไอซีทีปาดเหงื่อ เลิกสัมปทาน 2จี 30 วัน ทำไม่ทัน เร่งตั้งทีมทำงานเพิ่ม พร้อมเสริมผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการแก้สัมปทานมือถือครั้งแรกว่า คณะกรรมการเจอโจทย์หินในเรื่องนี้ เพราะระยะเวลาทำงาน 30 วันที่ต้องเสร็จนั้น เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องแก้ปัญหาหลายมิติ คือ กฎหมาย การเงิน และเทคนิค

ทั้งนี้ เนื่องจากโจทย์ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่ในความเป็นจริงนั้นมีความซับซ้อนและรายละเอียดมาก โดยต้องดูความเป็นไปได้ทางกฎหมาย ผลกระทบทางการเงินที่จะเกิดขึ้นกับบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม และการใช้ทรัพย์สินโครงข่ายที่มีอยู่ของทั้งสององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายจุติ กล่าวว่า แม้ไม่สามารถเสร็จทัน แต่ยังดีกว่าไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เพราะนโยบายการเปลี่ยนสัมปทานเป็นใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 2จี ครั้งนี้เพื่อช่วยทีโอทีและกสทฯ ให้อยู่รอดต่อไปได้ หลังมีไลเซนส์ 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

“จะสำเร็จยากมาก แต่ต้องทำ เพราะหากปล่อยเรื่องสัมปทานให้ยังคงอยู่ ทั้งทีโอทีและกสทฯ จะไม่เหลืออะไรเลยเมื่อ 3จี เกิดขึ้น” นายจุติ กล่าว

นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ได้ตั้งทีมทำงานในเรื่องนี้เพิ่ม พร้อมทั้งว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญกฎหมายโทรคมนาคมเข้ามาดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากประเด็นกฎหมายค่อนข้างซับซ้อน และรายละเอียดมาก นอกเหนือจากเรื่องที่ กทช.ไม่มีอำนาจในการออกไลเซ่นส์ 2 จี มากกว่าอายุสัมปทานที่เหลือ จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค.

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. กล่าวหลังหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า กทช.ได้ย้ำถึงอำนาจทางกฎหมายตามมาตรา 80 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 หากจะให้ กทช. ออกไลเซนส์ จะทำได้แค่เท่าอายุสัมปทานแต่ละราย เกินกว่านั้นผิดกฎหมาย ทำไม่ได้ ซึ่งกำหนดให้ กทช.ออกไลเซ่นส์ 2 จีให้อัตโนมัติ หากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามารถตกลงกับเจ้าของสัมปทานได้ โดยไลเซ่นส์จะมีอายุเท่ากับสัมปทานที่เหลือ แต่เวลาที่มากกว่านั้น กทช.ไม่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีความเห็นว่า หากยกเลิกสัมปทานแล้วเปลี่ยนเป็นไลเซ่นส์โดยไม่ดำเนินการตาม มาตรา 80 สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับผลสรุปของคณะกรรมการแก้สัมปทานมือถือ ไม่เกี่ยวกับ กทช.

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การยกเลิกสัมปทานครั้งนี้จะไม่กระทบกับการประมูลใบอนุญาต 3จี เพราะกทช.ได้ทำทุกอย่างไปมากแล้ว และ 3จี กับ 2จี เป็นคนละส่วนกัน1เดือนเร่งสรุป 3 ปม การเงิน กม. เทคนิค เดินหน้ารื้อสัมปทานออกใบอนุญาต 3G

เผยล้มสัมปทานแปรใบอนุญาตเปิดทาง 3 รายเดิม อัพเกรด 2 G เป็น 3 G ได้แค่ กทช.ไฟเขียว นายกุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าภายใน 1 เดือน คณะกรรมการพิจารณาแนวทางเลิกสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเร่งหาข้อสรุป 3 เรื่อง เพื่อออกเป็นหลักการในการทำงานคือ 1.สถานะทางการเงินในทรัพย์สินของภาครัฐทั้งทีโอทีและกสท. 2.ข้อกฎหมายว่าทางกทช.สามารถยกเลิกสัญญาสัมปทานมาเปลี่ยนเป็นการให้ใบอนุญาตได้หรือไม่ และ 3. ประเด็นปัญหาทางเทคนิค เช่น เกี่ยวกับการอัพเดทคลื่นความถี่ 800 ,850 ,900 ,1500 ที่ใช้เทคโนโลยี 2 G มาเป็น 3 G ซึ่งทางภาคเอกชน3รายเดิม คือ เอไอเอส ดีเทค และ ทรู ต้องมาขอใบอนุญาตจาก กทช.หรือเทคนิคการโอนทรัพย์สินที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด

ทั้งนี้หากเปลี่ยนจากสัญญาสัมปทานมาเป็นใบอนุญาตจะทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้น เพราะจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะการติดตั้งอุปกรณ์ ค่าแรกเข้าหรือมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญาใบอนุญาต ทั้งหมดจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กทช.ที่จะเป็นผู้กำหนด โดยผลดีคือผู้ประกอบการจะทราบรายจ่ายที่ชัดเจนในการประกอบธุรกิจ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานจะอยู่ในความดูแลของทีโอที และ กสท.อีกทั้งช่องความถี่ส่วนเกินที่ทั้ง 3 ราย ได้รับสัมปทานไปจากรัฐสามารถคืนกลับมาเพื่อให้รายใหม่ได้เข้ามาให้บริการ

นายกุลิศ กล่าวว่าในการเดินหน้าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีวาระซ่อนเร้น เนื่องจากเป็นการดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 ที่เห็นว่าภายในไม่กี่ปีข้างหน้าทางทีโอที และ กสท.จะไม่มีรายได้จากค่าสัมปทานจากบริษัทเอกชน ดังนั้นต้องมีการวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยมติ ครม.สมัยนั้นระบุให้ต้องแปรสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในปี 2553จากนั้นจึงมีการร่างแผนแม่บทขึ้นมา

"อย่างไรก็ตามถือว่าแผนแม่บทฉบับนี้ถือเป็นการฉีกสัญญาทาส และที่สำคัญภาคเอกชนก็เห็นด้วย และในอนาคตทางทีโอทีและกสท.ต้องปรับปรุงการให้บริการผู้ใช้โทรศัพท์มือถือด้วย เพราะจะต้องเป็นทั้งผู้เล่นในตลาดและผู้ให้เช่าโครงข่าย" นายกุลิส กล่าว"มาร์ค" กล่อม กทช.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) แล้ว กทช.เห็นด้วยกับแนวคิดที่รัฐบาลจะดำเนินการตามมติครม.เศรษฐกิจในเรื่องการแปรสัญญาสัมปทานระบบ 2G เพียงแต่ กทช.ได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งอาจเกรงว่าจะมีข้อติดขัดได้

"เขาก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เราอยากจะทำ แต่ก็มีข้อสังเกต มีปมปัญหาในเรื่องการพิจารณาข้อกฎหมาย กับเรื่องระเบียบต่างๆ โดย กทช.ตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามแปรสัญญาอยู่หลายรอบ แต่ก็ไม่สำเร็จ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า สิ่งที่รัฐบาลและ กทช.เห็นตรงในหลักการเดียวกัน คือ ต้องการทำให้ระบบโทรคมนาคมอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมกันนี้ กทช.จะเดินหน้าเปิดประมูล 3G โดยจะส่งคำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีขั้นตอนการดำเนินการราว 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง ที่จะให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาแสดงความจำนง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และกระทรวงการคลังเพื่อเข้ามาดูในเรื่องนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินหน้าเปิดประมูล 3G ได้มีข้อกำหนดไว้อยู่แล้ว หากยังติดขัดข้อกฎหมายนั้น กทช.ต้องไปตรวจสอบดูว่ามีแนวทางที่สามารถแก้ไขกฎหมายได้หรือไม่ แต่รัฐบาลต้องเดินหน้าทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ รวมถึงบมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ด้วย

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว