
รื้อระบบตำรวจ
ราชกิจจานุเบกษาประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 44/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ที่ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้แล้วนั้นเป็นนิมิตหมายอันดีในความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้ริเริ่มการปฏิรูปวงการตำรวจให้เป็นรูปธรรมในอนาคต
ราชกิจจานุเบกษาประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 44/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ที่ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้แล้วนั้นเป็นนิมิตหมายอันดีในความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้ริเริ่มการปฏิรูปวงการตำรวจให้เป็นรูปธรรมในอนาคต
เหตุผลของคำสั่งดังกล่าวเป็นการเพิ่มอำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลของตำรวจให้มีประสิทธิภาพ เกิดความเป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและกระบวนการยุติธรรม
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรม แต่ตลอดระยะที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงต่อการใช้อำนาจไปในทางมิชอบ ถูกกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ การรีดไถประชาชน และตกเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองก็มาก ฯลฯ
การออกคำสั่งดังกล่าวนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ทำให้ประชาชนมีความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงวงการสีกากี เพื่อให้ตำรวจทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง และสามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนตามเจตนารมณ์
ขณะเดียวกัน การดำเนินการตามคำสั่งนี้มีข้อพึงระวังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการให้อำนาจ ผบ.ตร.มากเกินไปนั้นอาจล่อแหลมและสุ่มเสี่ยงจะสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นได้ หากการเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรได้มาโดยการผลักดันจากฝ่ายการเมือง หรือได้มาโดยการวิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้
อย่างไรก็ดี ในทางกลับกันการให้อำนาจ ผบ.ตร.แต่งตั้งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้บังคับการขึ้นไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และมีความยุติธรรมเป็นที่ยอมรับ การกำกับดูแลแต่ละกองบัญชาการจะมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญจะส่งผลให้การบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกระชับขึ้น ภาพลักษณ์โดยรวมจะได้รับการยอมรับมากขึ้น โอกาสที่แต่ละหน่วยใช้อำนาจไปในทางที่ผิด หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์จะค่อยๆ ลดลง
ด้วยเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่ามีนายตำรวจระดับผู้บัญชาการและพวกได้ใช้อำนาจหน้าที่แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับประโยชน์ จนมีการจับกุมคุมขังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาจำนวนมาก และคดีดังกล่าวได้สร้างความเสื่อมเสียต่อวงการตำรวจอย่างรุนแรง
ดังนั้น รัฐบาล คสช. จึงควรใช้โอกาสนี้รื้อต้นธารกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบอย่างถอนรากถอนโคน ด้วยการพิจารณาปฏิรูปตำรวจในมิติอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วยในคราวเดียว
ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ เป็นที่พึ่งในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง







