
การเติบโต : แด่รักและเมตตา
เราเคยสังเกตมั้ยครับ เมื่อเราเข้าใกล้ใคร อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรี นักธุรกิจเงินล้าน ดารานักแสดงผู้มีชื่อเสียง
โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา budnet.org
เราเคยสังเกตมั้ยครับ เมื่อเราเข้าใกล้ใคร อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรี นักธุรกิจเงินล้าน ดารานักแสดงผู้มีชื่อเสียง ครูบาอาจารย์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เราสัมผัสถึงอะไรในจิตใจของเรายามเมื่อปฏิสัมพันธ์กับบุคคลเหล่านี้ เรารู้สึกถึงผลกระทบและปฏิกิริยาอย่างไร ยามที่ได้ยินน้ำเสียง คำพูด ท่าทีการแสดงออกของบรรดาท่านและเธอเหล่านี้ เรารู้สึกถึงพลังอะไร อย่างไรรอบตัวของผู้คนเหล่านี้
ศ.พอล เอ็คแมน เป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผลงานสำคัญคือ การศึกษาด้านอารมณ์ การแสดงออกทางสีหน้าจนเป็นองค์ความรู้สำคัญด้านการจับโกหก และมีบทบาทสำคัญช่วยไขคดีความ ด้วยคุณวุฒิด้านการศึกษา ผลงานวิชาการ สถานภาพสังคม และวัยวุฒิ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนักที่ท่านจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา การมีโอกาสที่จะได้พบปะประชุมร่วมกับท่านทะไลลามะ ก็ไม่ได้สร้างความสนใจอะไรด้วยนัก แต่ท่านตัดสินใจเข้าร่วม เนื่องด้วยเหตุผลสำคัญคือ ลูกสาวที่รักของตนต้องการพบปะและสนทนากับท่านทะไลลามะ จึงเป็นเหตุให้ท่านร่วมการพบปะกับผู้นำจิตวิญญาณ
แม้ท่านไม่ได้คาดหวังอะไร เพียงแค่เอื้อเฟื้อโอกาสให้ความตั้งใจของลูกสาวบรรลุความสมหวัง แต่แล้วการพบปะคราวนี้ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงกับชีวิตของท่านอย่างคาดไม่ถึง ประสบการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นคือ ตลอดช่วงที่ท่านทะไลลามะสนทนากับบุตรสาว ท่านผู้นำทางจิตวิญญาณเลือกที่จะจับกุมมือของนักจิตวิทยาผู้นี้ตลอดเวลา
ศ.พอล บอกว่า “ในช่วงสิบนาทีนั้นร่างกายของผมรู้สึกอบอุ่น...เป็นความอบอุ่นจริงๆ ผมมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถถ่ายทอดด้วยคำภาษาอังกฤษ - คำว่า อบอุ่นนี่แหละใกล้เคียงที่สุดแล้ว แต่ไม่ใช่ความร้อน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ท่านแค่จับมือผมเท่านั้น มันเป็นอะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน หรือรู้สึกอีกแล้วหลังจากนั้น”
“ประสบการณ์ประหลาดอย่างที่สองก็คือ ผมรู้สึกคล้ายกับเห็นภาพหลอน เราอยู่ในห้องประชุม มีคนหลายคนกำลังรอโอกาสที่จะคุยกับท่าน แต่ผมรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรล้อมรอบอีฟ (ลูกสาวท่าน) ผมและท่านไว้ เหมือนเราอยู่ในแคปซูล ผมรู้สึกเหมือนมองจากด้านที่ผิดของกล้องส่องทางไกลขณะมองออกไปห้องประชุม จริงๆ แล้วคนอื่นๆ อยู่ไม่ไกลเลย ห่างไปราวสี่ฟุตเท่านั้น แต่ดูเหมือนพวกเขาอยู่ห่างออกไปหลายร้อยฟุต”
ความโกรธเป็นสิ่งที่อยู่คู่ ศ.พอล เหมือนกับชีวิตของหลายๆ คน ความรุนแรงในครอบครัวที่มักได้รับจากการลงโทษทุบตีของบิดามาตลอดวัยเด็กถึงวัยรุ่น แม้การทุบตีจะจบสิ้นลง แต่ความโกรธยังเกาะกุมนักจิตวิทยาท่านนี้มาตลอด ทุกประเด็นเรื่องราวสามารถกระตุ้นความโกรธ ขุ่นเคืองในใจของท่านได้เสมอ แต่ประสบการณ์การได้พบปะท่านผู้นำจิตวิญญาณคราวนี้ ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ความโกรธดูจะเบาบางลง ท่านสามารถผ่อนคลายและปล่อยวางได้มากขึ้น ศ.พอล ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ที่ท่านบอกได้คือ การได้สัมผัสถึงพลังความดีงามในตัวท่านทะไลลามะ ความเป็นไปได้ที่ท่านเชื่อคือ ประสบการณ์นั้นต้องเกี่ยวเนื่องกันกับความดีงามที่แผ่ออกจากท่านผู้นำจิตวิญญาณนี้แน่นอน และสำหรับความเป็นผู้ยึดถือแนวทางวิทยาศาสตร์มาตลอด ท่านเริ่มเปิดรับว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างอันเนื่องมาจากการฝึกสมาธิ การปฏิบัติธรรม การสร้างความดีงาม ความดีงามที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแน่นอน
ราวปี 2542 ผู้เขียนมีโอกาสได้ร่วมกลุ่มเดินทางเข้าเฝ้าท่านทะไลลามะที่อินเดีย แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดท่านมากนัก แต่ระยะที่ห่างราว 2 เมตร ประสบการณ์ที่สัมผัสได้ คือ พลังที่แผ่ออกมาจากตัวท่านที่รู้สึกได้ถึงความสงบเย็น ความอบอุ่นปลอดภัย ความเป็นมิตรและเมตตา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะสร้างความเบิกบานแก่ผู้เข้าเฝ้าเป็นอย่างยิ่ง ณ ขณะนั้น ดังนั้นเมื่อผู้เขียนมีโอกาสอ่านเรื่องราวของ ศ.พอล เอ็คแมน จากหนังสือ “ปรีชาญาณแห่งความเมตตา” จึงไม่แปลกใจนัก
จากประวัติชีวิต กิจวัตรประจำวันของท่านทะไลลามะ รวมไปถึงครูบาอาจารย์ทางธรรมหลายท่านต่างมีกิจวัตรการภาวนา การปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลาทั้งในและนอกรูปแบบ และผลการภาวนาก็ได้สั่งสมเป็นคุณงามความดี ความเมตตา ความสงบเย็นอยู่ภายใน และพลังเหล่านี้ก็แผ่ล้นให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ได้สัมผัสและเข้าถึง
ภาวะผู้นำมีอยู่ในทุกคน แต่ผู้นำที่แท้จะมีภาวะผู้นำหาใช่เพราะการมีตำแหน่ง ยศศักดิ์ หรือด้วยการแสดงออกถึงความใหญ่โตผ่านน้ำเสียง ท่าทางแสดงออก แต่ต้องมาจากคุณค่าภายในที่กอปรด้วยความดี ความงาม และความจริง ปราศจากคุณค่า การมีความรัก ความเมตตา ความสงบเย็นภายใน ผู้นำที่แสดงออกถึงความใหญ่โตก็เป็นได้แค่นักแสดงจำอวด
เริ่มต้นให้ความรัก ความเมตตากับตนเอง กับตัวตนภายในด้วยการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน ความสุภาพ การให้เกียรติและเคารพตนเอง ผู้อื่น ผลของการกระทำเช่นนี้จะงอกเงยสู่ความเป็นผู้นำที่แท้







