posttoday
มั่นใจคสช.เอาอยู่

มั่นใจคสช.เอาอยู่

06 ธันวาคม 2558

ระยะเวลาการเข้ามามีอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านไปกว่า 1 ปี 6 เดือน

ระยะเวลาการเข้ามามีอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านไปกว่า 1 ปี 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร และที่ผ่านมาการทำงานด้านความมั่นคง ทั้งการสยบผู้มีอิทธิพล สยบความเคลื่อนไหวการเมือง แก้ปัญหาความขัดแย้ง การปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ คสช.จะสามารถทำได้ควบคุมหรือกดไว้ได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะมีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือก็ตาม โดยเฉพาะสถานการณ์ความมั่นคง ทั้งการก่อเหตุวางระเบิดที่สาธารณะบริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส เหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ หรือแม้แต่เหตุการวางระเบิดข่มขู่เป็นเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ ก็ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ล่าสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ออกมาให้ความสำคัญใน 2 ส่วน คือ การดูแลให้สังคมเกิดความเรียบร้อย และการสนับสนุนกิจกรรมในช่วงมหามงคลทุกรูปแบบ

ทว่า ที่มาปัจจัยหนึ่งของความเป็นห่วงความวุ่นวายการก่อเหตุร้ายนั้น มาจากประเด็นของ “ขอนแก่นโมเดล” ที่อยู่ๆ ก็มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 9 คน โดยจะมีการก่อเหตุป่วนในงานสำคัญ จึงกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต และถูกทำมองว่าเป็นกระแสข่าวที่ถูกนำเสนอออกมาเพื่อกลบกระแสข่าวโครงการอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งประเด็นนี้ พ.อ.วินธัย สุวารี ในฐานะโฆษก คสช. ได้ยืนยันกับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ว่า “กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เตรียมก่อความวุ่นวาย โดยพบว่าเชื่อมโยงกับขอนแก่นโมเดลไม่ได้มีการจัดฉากตามที่ฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกต ถือเป็นการกล่าวหาและบิดเบือนข้อเท็จจริงของบางบุคคล หวังชี้นำความรู้สึกคนด้วยการดึงไปเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ ที่ไม่สมเหตุผล ซึ่งหวังทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่”

โฆษก คสช. ได้อธิบายและสำทับข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เจ้าพนักงานมีหลักฐานเรื่องการติดต่อสื่อสาร และมีหลักฐานเพียงพอที่จะไปอนุมัติขอหมายจับ ตรงนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า ไม่ได้ยกเมฆขึ้นมา ไม่ได้นั่งเทียน ไม่ใช่จะไปเบี่ยงเบนประเด็นใดๆ และการที่ได้หลักฐานมาตั้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถไปต่อสู้ได้ตามกระบวนการได้ตามปกติ เราไม่ได้ปิดกั้นอะไร ทำทุกอย่างตามกระบวนการ

“ทันทีที่มีมูลเหตุขอนแก่นโมเดล ก็มีผู้ที่ให้ข้อมูลแย้งออกมา ถามว่า มีอะไรในมือหรือไม่ หรือมองเรื่องนี้เพียงแค่ผิวเผิน มีธงในใจหรือไม่ เลยตั้งคำถามไปก่อนว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่ในเรือนจำตลอดจะไปทำอะไรได้อย่างไร ตรงนี้ต้องไปดูประวัติในทางคดี ซึ่งพบว่าเป็นไปได้ เพราะลักษณะกรณีที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำแล้วสามารถกระทำความผิดโดยใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบนี้ก็มีตัวอย่างมาก่อนแล้วไปย้อนดูได้ ขอให้สังคมอย่าได้กังวล”

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ความมั่นคงเริ่มมีการออกมาเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะทั้งในที่ลับและที่แจ้ง แต่ พ.อ.วินธัย ยืนยันว่า เรื่องความมั่นคงเราสามารถควบคุมได้ เพราะไม่ได้เกินกว่ากรอบที่ได้ประเมินไว้ และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างยืดหยุ่น ตักเตือนบ้าง ถือว่าใช้วิธีการอะลุ่มอล่วยอยู่พอสมควร เพื่อให้การปฏิบัติการมีความสมดุลต่อสถานการณ์ แต่เราก็ไม่ได้ละเลย เราเน้นมาตรการป้องกัน ป้องปรามมากกว่า แต่ขณะเดียวกันหากพบการเคลื่อนไหวในส่วนที่เกินขอบเขตการประเมิน เช่น การเตรียมการก่อการต่างๆ หรือการตรวจพบเจออาวุธสงคราม ตรงนี้เราต้องเข้มงวด คสช.และเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายเข้าดำเนินการทันที ต่อผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุอิทธิพลแน่นอน

สำหรับโรดแมปของรัฐบาลอยู่ในระยะที่ 2 คือช่วงของการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นระยะที่ทุกฝ่ายและประชาชนทั่วประเทศจะต้องร่วมมือกันในการผลักดัน ขับเคลื่อนการปฏิรูปไปด้วยกันให้ได้ โดยเฉพาะการทำงานในภาคส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐและกองทัพ ซึ่งในส่วนนี้ พ.อ.วินธัย ยืนยันว่า กองทัพมีความพร้อมทุกอย่างที่จะสนับสนุนการทำงานตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศให้มากที่สุด ภารกิจของเราคือการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะขาดน้ำ น้ำแล้ง น้ำท่วม ปัญหาทางความมั่นคงได้รับการข่มขู่จากกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ เราก็พร้อมเข้าไปช่วยเหลือ และที่สำคัญวันนี้กองทัพได้พยายามเข้าไปในพื้นที่บ้างในส่วนที่ข้อมูลข่าวสารเข้าไปไม่ถึง เราเข้าไปทำความเข้าใจที่ถูกต้องต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ 

“สถานการณ์ขณะนี้พบว่ามีบุคคลผู้ไม่หวังดีที่พยายามปลุกกระแสทำลายความน่าเชื่อถือเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีผลกระทบถึงรัฐบาลและ คสช. ดังนั้นขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณต่อการรับฟังข่าวสาร และเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ในการป้องปรามป้องกัน มิให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อย ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา จะได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการทำงาน เราต้องใช้ระบบทางสังคมเข้ามาช่วยด้วย เพราะการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียว บางทีอาจจะไม่เต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่ดีที่สุดวันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่า ว่าการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ภาพรวมแก่ประเทศเลย การที่คิดจะเอาชนะโดยกลุ่มคนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้เกิดอะไรที่เป็นผลดีเลย มันคือเวลาที่เราต้องมาช่วยกันสู้เพื่อความชนะกันเพื่อประเทศให้เดินไปข้างหน้า อย่าไปมองเฉพาะแต่กลุ่มคน หรือมองที่พรรคการเมือง แต่ต้องมองภาพรวมของประเทศ ถ้าเราทำความเข้าใจแบบนี้ได้บรรยากาศประเทศก็จะดีได้”

อย่างไรก็ตาม พ.อ.วินธัย ทั้งในฐานะโฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. ยืนยันชัดเจนว่า กองทัพบกเป็นหน่วยราชการที่มีบทบาทหน้าที่ชัดเจน ซึ่งข้อสงสัยที่เกิดขึ้นอยากให้เข้าใจว่ามันคือข้อสงสัยที่มีต่อบุคคลไม่ใช่ภาพรวมขององค์กรทั้งหมด ในสภาพความเป็นจริงเราไม่ได้เห็นแบบนั้น เรามีระบบ มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และกระแสเกลาเหลาความขัดแย้ง ยืนยันได้ว่าไม่มี ที่เห็นมีแต่จากสื่อเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย