posttoday
"พอเพียง-เป็นสุข" ทำได้จริง แนวทางชีวิตจากพระเมตตา

"พอเพียง-เป็นสุข" ทำได้จริง แนวทางชีวิตจากพระเมตตา

06 ธันวาคม 2558

สิ่งที่มากไปกว่ารายได้และไม่เป็นหนี้คือความสุขจากชีวิตที่รู้จัก “ความพอเพียง”

โดย...อักษรา ปิ่นนราสกุล

“พวกเราถ้าไม่มีพระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินต่อไปกันอย่างไร ทุกวันนี้ในหมู่บ้านถ้าใครที่มาเป็นสมาชิกโครงการหลวง และขยัน มีวินัย ก็จะมีรายได้ดี มีอาชีพที่มั่นคง ไม่ต้องไปคิดหารายได้พิเศษจากสิ่งผิดกฎหมาย”

นุซ้อ เตรียมพยุง เกษตรกรดีเด่นของโครงการหลวง ในปี 2555 แห่ง ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา กล่าวเรียบๆ ถึงความรู้สึกที่เขาและชาวบ้านมีต่อ “ในหลวง”

ด้วยวัยเพียง 32 ปี กล่าวได้ว่าหนุ่มม้งอย่างนุซ้อไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเท่ากับชาวไทยพื้นที่สูงรุ่นก่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียน และให้มูลนิธิโครงการหลวงจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่ปี 2512 เพื่อให้ชาวไทยภูเขาเหล่านี้เลิกปลูกพืชยาเสพติด

46 ปีที่ผ่านมา ใช่เพียงการส่งเสริมอาชีพ หาตลาดให้แก่เกษตรกร แต่โครงการหลวงคือต้นแบบการสร้างพลเมืองในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

"พอเพียง-เป็นสุข" ทำได้จริง แนวทางชีวิตจากพระเมตตา นุซ้อเตรียมผลผลิตเพื่อส่งขายโครงการหลวง

“ศูนย์โครงการหลวงปังค่า” ต.ผาช้างน้อย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรปลอดภัยแห่งเดียวของ จ.พะเยา จากการแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ปัญหาใหม่ที่ชาวบ้านกำลังเผชิญคือ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งยิ่งปลูกยิ่งเป็นหนี้

นุซ้อ เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เป็นหนี้จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระทั่ง 5 ปีก่อน เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการหลวง และเริ่มปลูกพริกหยวกส่งโครงการหลวง รอบหนึ่งปลูกนาน 5 เดือน ผลผลิตเก็บได้ตลอดทุกเดือนจนกว่าจะหมดรุ่น ซึ่งรายได้จากการปลูกพริกหยวกเพียงไร่เดียวก็มากเท่ากับการลงทุนปลูกข้าวโพดถึง 10 ไร่ แต่ละปีจะมีรายได้จากการขายทั้งพริกหยวกและพืชผักที่นำมาปลูกสลับกันปีละ 2-3 แสนบาท

แบบอย่างที่นุซ้อแก้ปัญหาหนี้สินได้ ทำให้ รุ่งฤทธิ์ เตรียมพยุง พี่ชายของนุซ้อซึ่งเลือกไปทำงานต่างประเทศเพื่อปลดหนี้ ตัดสินใจกลับบ้านเกิดและสมัครเข้าร่วมโครงการหลวงเช่นกัน

“ผมปลูกข้าวโพดมานับสิบปี ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ เมื่อปลูกพริกหยวกเพียง 5 เดือน ก็มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ถึงมีหนี้สินก็แบกรับได้ เงินที่ได้จากโครงการหลวง ก็ใช้หนี้สหกรณ์โครงการหลวง และยังมีเหลือเก็บ เคยจะใช้ให้หมดทั้งก้อน เจ้าหน้าที่บอกให้ใจเย็นๆ ส่งไปเรื่อยๆ ทำให้มีเงินเก็บ ที่สำคัญได้ทำงานอยู่กับบ้าน ได้ใกล้ชิดครอบครัว”

"พอเพียง-เป็นสุข" ทำได้จริง แนวทางชีวิตจากพระเมตตา รุ่งฤทธิ์กับผลผลิตในโรงปลูกพริกหยวก

สิ่งที่มากไปกว่ารายได้และไม่เป็นหนี้คือความสุขจากชีวิตที่รู้จัก “ความพอเพียง”

“พอเพียงอย่างไร? ผมแบ่งเงินที่ได้ใช้หนี้สหกรณ์ มีเหลือเก็บออมไว้เป็นเงินอนาคต ข้าวก็ปลูกกินเอง ทุกวันนี้ผมไม่ต้องคิดมาก ออกจากบ้านแต่เช้า คิดถึงโรงพริกแล้วมีความสุข นี่คือความพอเพียง ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะมีโครงการหลวง โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้พวกเราพี่น้องชาวพื้นที่สูงมีอาชีพที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ทำเกษตรที่เป็นอันตราย” รุ่งฤทธิ์ บอกถึงความรู้สึกในช่วง 2 ปี ที่เขาเริ่มชีวิตใหม่

เช่นเดียวกับนุซ้อ เขาบอกว่า “หัวใจสำคัญจริงๆ คือ ทำงานด้วยใจรัก มีวินัย และรู้จักพอ แบ่งปันเมื่อมีเหลือกินเหลือใช้ คือความพอเพียงในชีวิตจริง พิสูจน์และยืนยันได้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เราไม่ต้องอธิบายด้วยตัวหนังสือ แต่ยืนยันด้วยบทเรียนในชีวิตจริง”

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. ตรวจสอบรายงานหุ้น “สุภาพร พิมพงษ์" พบพิรุธเพียบ

ก.ล.ต. ตรวจสอบรายงานหุ้น “สุภาพร พิมพงษ์" พบพิรุธเพียบ