
ธปท.จับตาสหกรณ์เสี่ยงสูง
ธปท.จับตาสหกรณ์ออมทรัพย์ ดำเนินงานเสี่ยงอาจทำให้ระบบการเงินไทยเปราะบาง
ธปท.จับตาสหกรณ์ออมทรัพย์ ดำเนินงานเสี่ยงอาจทำให้ระบบการเงินไทยเปราะบาง
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เป็นห่วงระบบการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีขนาดของสินทรัพย์เติบโตขึ้น แต่มีแนวโน้มการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
สำหรับสาเหตุที่ต้องจับตาดูสหกรณ์ออมทรัพย์มากเป็นพิเศษ เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์อาจทำให้ระบบการเงินเปราะบางในระยะยาว มีประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็เห็นพฤติกรรมของสหกรณ์ที่กู้เงินมาเพื่อเอาไปลงทุนด้วย ซึ่งไม่ใช่การรับฝากของสมาชิกสหกรณ์หรือนำเงินฝากของสมาชิกไปลงทุนอย่างเดียว
“เป็นพฤติกรรมที่แสวงหาความเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้น หรือเป็นพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นคือ ในช่วงดอกเบี้ยต่ำ คนฝากกับธนาคารพาณิชย์ได้ดอกเบี้ยต่ำก็เอาไปฝากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ดอกเบี้ยสูง ทำให้มีคนที่อื่นเอาเงินมาฝากกับสหกรณ์ด้วย ไม่ใช่แค่เงินของสมาชิกแล้ว จากนั้นสหกรณ์ก็เอาไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงๆ และสหกรณ์บางแห่งก็ไปกู้เงินจากแบงก์มาด้วย โดยหวังผลตอบแทนสูง ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องจับตามากขึ้น เพราะมันเชื่อมโยงกันทางการเงิน” นายวิรไท กล่าว
นายวิรไท กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในการดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์มีการเข้าไปช่วยกันในหลายหน่วยงาน ไม่ใช่ ธปท.แห่งเดียว ยังมีทีมที่เข้าไปช่วย คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูอยู่ และทีม ธปท. รวมถึงฝ่ายกำกับสถาบันการเงินด้วย ที่ช่วยกันไปให้คำแนะนำ เพื่อความเข้มแข็งของระบบ อยากให้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เพราะจะช่วยให้ดูแลความเสี่ยงได้ดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังเข้าเครดิตบูโรน้อยอยู่
สำหรับผลดำเนินงานของสหกรณ์ไทยครึ่งแรกปี 2558 ทุนดำเนินงานมีจำนวน 2.45 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.56% เมื่อเทียบกับปี 2557 โดยเป็นทุนของสหกรณ์ 1.06 ล้านล้านบาท และกู้ยืมภายนอก 6.30 แสนล้านบาท คิดเป็น 25.71%







