
ขบวนพยุหยาตรา หนึ่งเดียวในเอเชีย
ริ้วขบวนพยุหยาตรางานออกพระเมรุสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒนมหาเถระ) วันที่ 16 ธ.ค. 2558
โดย...วิจิตร์ ไชยวิชิต นักวิชาการช่างศิลป์ ชำนาญการพิเศษ และ ส.สต
ริ้วขบวนพยุหยาตรางานออกพระเมรุสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒนมหาเถระ) วันที่ 16 ธ.ค. 2558 เป็นวันที่ประเทศไทยจะแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงราชประเพณี วัฒนธรรม ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศเดียวที่ยังรักษาวัฒนธรรมประเพณีนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและสมบูรณ์ ในขณะที่ประเทศอื่นที่เคยมี ไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้วในขณะนี้
หัวใจริ้วขบวนพยุหยาตรา ได้แก่ ราชรถ 2 องค์ คือ ราชรถพระนำและราชรถเชิญพระโกศพระศพ ที่ส่วนราชการ 3 หน่วยงานหลัก ร่วมดำเนินงานการซ่อมแซมบูรณะ คือ กรมศิลปากร กรมสรรพาวุธทหารบก และกรมอู่ทหารเรือ
กรมสรรพาวุธทหารบก สำรวจตรวจสอบกลไกชุดส่วนประกอบการขับเคลื่อนที่ช่วงล่างของราชรถพระนำ และราชรถเชิญพระโกศพระศพ (ล้อ เพลา แหนบ คันบังคับเลี้ยว ฯลฯ) เพื่อทำการซ่อมให้พร้อมใช้ในริ้วกระบวนพระอิสริยยศ
กรมอู่ทหารเรือ จัดทำเชือกฉุดชักราชรถพระนำและราชรถเชิญพระโกศพระศพ
กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ ดำเนินงานในส่วนของงานศิลปกรรม ซ่อมเสริมความมั่นคงแข็งแรงในส่วนของงานโครงสร้างไม้ลวดลายแกะสลักที่ชำรุดเสียหาย ปิดทองประดับกระจกใหม่ทั้งหมด และธงสามชายงอนประจำราชรถ (ผ้าลายทองแผ่ลวด) ของราชรถพระนำและราชรถเชิญพระโกศพระศพ เปลี่ยนใหม่โดยรักษารูปแบบศิลปะดั้งเดิมไว้
เมื่อพร้อมแล้ว ได้ทำพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเคลื่อนย้ายจากสำนักช่างสิบหมู่มาเตรียมพร้อมที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2558 และก่อนที่จะถึงวันออกพระเมรุ คณะกรรมการอำนวยการงานพระศพ ได้ทำพิธีซ้อม 3 วัน คือ 28 พ.ย., 7 ธ.ค. และ 10 ธ.ค. 2558
ริ้วขบวนพระอิสริยยศ ประกอบด้วยทหาร 3 เหล่าทัพ 3 กองพัน แต่งกายตามโบราณราชประเพณี อัญเชิญเครื่องประกอบอิสริยยศ เช่น ธง 3 ชาย เครื่องสูง ได้แก่ ฉัตร 5 ชั้น บังแทรก ฉัตร 7 ชั้น บังสูรย์ และสัปทน
รวมทั้งเครื่องแห่ เช่น จ่าปี่ จ่ากลอง แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ สารวัตรกลองชนะ สารวัตรแตร เป็นต้น
ส่วนประวัติของราชรถพระนำและราชรถเชิญพระโกศพระศพ ทั้งสององค์นี้ สร้างในสมัย รัชกาลที่ 6 เพื่อใช้ในงานพระราชพิธี หรือพิธีที่เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา เช่น อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ วันวิสาขบูชา จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มายังท้องสนามหลวง และใช้ในกระบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระสังฆราชในอดีตตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 11 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ในการพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 8 จนถึงในรัชกาลปัจจุบัน รวม 8 พระองค์
(ก่อนหน้านั้น งานออกพระเมรุสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง)
1.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (ม.จ.ภุชงค์ ชมพูนุท สิริวฑฺฒโน) วัดราชบพิธฯ พระองค์ที่ 11 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 8 พ.ศ. 2481
2.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศนเทพวราราม พระองค์ที่ 12 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 8 พ.ศ. 2487
3.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (มรว.ชื่น สุจิตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร พระองค์ที่ 13 ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2502
4.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร พระองค์ที่ 14 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2505 5.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระองค์ที่ 15 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2508
6.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร พระองค์ที่ 16 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2514
7.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร พระองค์ที่ 17 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2517
8.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พระองค์ที่ 18 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2532
ล่าสุดคือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 พระราชทานเพลิงพระศพที่วัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2558







