
ยางตกต่ำ3กิโลกรัม100บาท
เกษตรกรสวนยางยื่นหนังสือร้องรัฐบาล ราคายางตกต่ำเหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาท
เกษตรกรสวนยางยื่นหนังสือร้องรัฐบาล ราคายางตกต่ำเหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาท
นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย (สคย.) ตัวแทนสมาคมได้ยื่นหนังสือถึง นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา ผ่านไปถึงรัฐบาลเพื่อให้แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ล่าสุดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 32-33 บาท
“เมื่อเดือน มิ.ย.ยางพาราราคากิโลกรัม (กก.) ละ 63 บาท มาถึงขณะนี้ราคาลงมาอยู่ที่ 32 บาท และ 33 บาท ส่วนยางรมควัน 39 บาท ตอนนี้ราคายางได้ผ่าน 3 กิโลกรัม 100 บาทแล้ว ราคายางหลุดกรอบความเป็นจริง โดยรัฐบาลเองไม่มีวิธีการป้องกัน ไม่มีจิตวิทยาให้ขับเคลื่อนให้ขยับ” นายมนัส กล่าว
นายมนัส กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางพาราอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,500 บาทนั้น เริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ค. แต่จนถึงขณะนี้ยังเป็นไปอย่างล่าช้า การขึ้นทะเบียน การออกระเบียบเกี่ยวกับยาง หลักการปฏิบัติของข้าราชการ จนข้าราชการไม่กล้าตัดสินใจในการปฏิบัติงาน
“ตั้งแต่พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.กยท.) ออกมา ได้เกิดบรรยากาศสุญญากาศเกี่ยวกับยางมาตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 5 เดือน และจะเกิดบรรยากาศสุญญากาศต่อไปจนกว่าจะได้ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่ในเดือน ธ.ค.นี้” นายมนัส กล่าว
นายก สคย. กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้กรอบเรื่องยางยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถจับต้องได้ ปัญหาก็เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องยาง และยางที่ยังคงค้างสต๊อกอยู่ 3 แสนตันเศษ จะออกขายอีก 1.8 แสนตัน ราคากิโลกรัมละ 43 บาท ซึ่ง สคย.จะตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
นายมนัส กล่าวว่า สมาชิก สคย.ส่วนใหญ่มีสวนยางเฉลี่ยรายละไม่เกิน 12 ไร่ ขณะนี้ไม่มีการกรีดยางและไม่ได้ดูแลเกษตรกรรายใหญ่ บางรายก็ปล่อยทิ้งเลิกกรีด เพราะขาดแคลนแรงงาน แต่รายใหญ่อาจแก้ปัญหาโดยนำที่ดินไปใช้ทำอย่างอื่นเพื่อให้เกิดรายได้ แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถโค่นยางทิ้งตามนโยบายของรัฐบาลได้
ทั้งนี้ ราคายางพาราที่ตลาดกลางยางพาราประจำวันที่ 26 พ.ย. ราคายางแผ่นดิบ กก.ละ 37.89 บาท ยางความชื้น กก.ละ 37.39 บาท ปรับขึ้น 0.37 บาท ยางแผ่นรมควัน กก.ละ 40.15 บาท ปรับขึ้น 0.92 บาท ส่วนราคาน้ำยางสด กก. 35.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง







