posttoday
ทุนญี่ปุ่นซักความชัดเจน ‘ทีพีพี’

ทุนญี่ปุ่นซักความชัดเจน ‘ทีพีพี’

27 พฤศจิกายน 2558

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เริ่มภารกิจชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ของประเทศไทยให้กับภาครัฐและนักลงทุนญี่ปุ่นรับทราบอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เริ่มภารกิจชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ของประเทศไทยให้กับภาครัฐและนักลงทุนญี่ปุ่นรับทราบอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก

สมคิด เปิดเผยหลังการเข้าพบ ทาโร อาโซะ รองนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และการร่วมงานสัมมนา “Thailand-Japan Business Session” โดยระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน นักลงทุนและผู้บริโภคต่างมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมและแนวโน้มใน 3 เดือนข้างหน้าสูงที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา และเศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าตัวเลขส่งออกจะติดลบ

สมคิด ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ และยกระดับอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ ซึ่งการที่รัฐบาลไทยเลือกที่จะเข้ามาเชิญชวนนักลงทุนที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก เพราะญี่ปุ่นมีการลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงต้องสร้างความมั่นใจและชี้แจงให้นักลงทุนได้รู้ว่าสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรต่อไปบ้าง

“หลังจากการโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นแล้ว รัฐบาลจะเดินทางไปโรดโชว์ในหลายประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยต้องการ ได้แก่ รัสเซีย เยอรมนี และเกาหลีใต้ โดยการออกไปโรดโชว์ประเทศเหล่านี้จะมีขึ้นหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-จีน ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ” สมคิด กล่าว

วันเดียวกัน อาคมได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอซี) โครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง ร่วมกับ เคอิชิ อิชี่ รมว.ที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานญี่ปุ่น

อาคม กล่าวว่า หลังการลงนามความร่วมมือดังกล่าวจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทญี่ปุ่น เพื่อบริหารการเดินรถไฟในเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบัง ตามแนวเส้นทางเดิม โดยจะเริ่มทดลองเดินรถในเดือน ม.ค. 2559 ก่อนจะทดลองขนส่งตู้สินค้าขนาด 12 ฟุตในช่วงกลางปี ซึ่งระหว่างนี้ รฟท.จะปรับปรุงระบบรางขนาด 1 เมตร ตลอดทั้งเส้นทางเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่ความเร็ว 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“รฟท.ต้องปรับปรุงรางเดี่ยวที่มีอยู่เพื่อให้การเดินรถรวดเร็วขึ้น จากนั้นบริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่น จะพัฒนาเส้นทางรางคู่ต่อไป รวมถึงพัฒนารถไฟดีเซลรางให้เป็นรถไฟฟ้าในอนาคต เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกทวาย ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อยู่ระหว่างศึกษาเส้นทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี จากนั้นจะเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป” อาคม กล่าว

ทั้งนี้ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนำโดยสมคิด ได้พบกับนักธุรกิจรายใหญ่ของญี่ปุ่น และนักธุรกิจไทยที่อยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่มีการลงทุนในไทยหรือเป็นคู่ค้ากับธุรกิจไทยรวม 80 ราย โดยในจำนวนนี้ 50 รายเป็นนักธุรกิจญี่ปุ่น และการพบกันครั้งนี้นักธุรกิจญี่ปุ่นได้สอบถามว่าความชัดเจนจากรัฐบาลไทยว่ามีนโยบายในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) อย่างไร

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลการพบกันในครั้งนี้ ว่า นักธุรกิจญี่ปุ่นไม่ได้มีคำถามในเชิงที่เป็นการต่อว่ารัฐบาลไทย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะนักลงทุนญี่ปุ่นมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น ทั้งการลงทุนในมาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา โจทย์จึงอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่น และสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนได้มากน้อยเพียงใด

“ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะระดับท็อปของบริษัทของญี่ปุ่นมาร่วมจำนวนมาก ขณะที่รองนายกฯ ก็ย้ำหลายครั้งว่า จะให้การดูแลนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และไม่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นน่าจะมองการลงทุนในระยะยาวมากกว่า” ศุภชัย กล่าว

ศุภชัย กล่าวว่า รองนายกฯ ได้ให้ความมั่นใจกับนักธุรกิจญี่ปุ่นว่าทางไทยจะดูแลนักลงทุนธุรกิจเป็นอย่างดี และได้ให้ข้อมูลนโยบายใหม่ของไทย เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน เพื่อเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเข้ามาลงทุนในไทย หรือจะหาพันธมิตรทางธุรกิจในไทยหรือไม่

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยได้ปรับตัวดีขึ้น 2 เดือนต่อเนื่องกัน และความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ธุรกิจญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในไทย แต่นักธุรกิจญี่ปุ่นได้มีการเปรียบเทียบไทยกับเวียดนาม โดยเฉพาะการเข้าร่วมทีพีพี

“ชัดเจนว่าญี่ปุ่นสนใจเรื่องทีพีพี มาก เขาชอบเปรียบเทียบไทยกับเวียดนาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังถามถึงเรื่องของค่าเงินบาท ซึ่งรองนายกฯ ระบุว่า ค่าเงินบาทระดับนี้เป็นระดับที่ดูแลภาคการส่งออกอยู่แล้ว รวมถึงมีข้อคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยด้วย” สุพันธุ์ กล่าว

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมคิดได้ชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนรูปแบบใหม่ของไทยให้นักลงทุนญี่ปุ่นทราบ และเชื่อว่าการมาโรดโชว์ครั้งนี้จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนญี่ปุ่น

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา การลงทุนทางตรง (เอฟดีไอ) ของญี่ปุ่นในประเทศไทยลดลงอย่างมาก จากที่เคยอยู่ระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นหลายๆ ด้านที่ลดลง

“การลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศที่ลดลง เป็นเพราะญี่ปุ่นไปลงทุนในเพื่อนบ้านในอาเซียนมากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม คิดเป็นเงินลงทุนประมาณ 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเวียดนาม 50% เนื่องจากเวียดนามเป็นสมาชิกทีพีพี ซึ่งในส่วนนี้รองนายกฯ ได้มีการชี้แจงว่าในเรื่องทีพีพีไทยมีความสนใจที่จะเข้าร่วมอย่างมาก แต่เราคงต้องศึกษาข้อดีข้อเสีย และตอนนี้อยู่ในช่วงการศึกษา” ฐาปน ระบุ

ฐาปน กล่าวอีกว่า ในส่วนประเด็นที่รองนายกฯ หารือกับนักธุรกิจญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่ทุกคนเห็นด้วย คือ ญี่ปุ่นมีการลงทุนในประเทศไทยมานาน และทำงานกับคนไทยแล้วมีความสุขจึงชอบที่จะทำงานกับคนไทย แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือการเรียกความเชื่อมั่น และทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นลงทุนในประเทศไทยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน