
"ไพบูลย์"พร้อมให้ตรวจสอบคุกในค่ายทหาร
รมว.ยุติธรรมพร้อมให้ตรวจสอบคุกในค่ายทหารยันทำเพื่อความสะดวกงานมั่นคงและปฎิบัติตามเรือนจำถาวร
รมว.ยุติธรรมพร้อมให้ตรวจสอบคุกในค่ายทหารยันทำเพื่อความสะดวกงานมั่นคงและปฎิบัติตามเรือนจำถาวร
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (UHCHR) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปิดเรือนจำพิเศษภายในมณฑลทหารบกที่ 11 และขอให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าร่วมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา เมื่อ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา และนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เมื่อ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า ในส่วนของการเรียกร้องให้มีการปิดเรือนจำพิเศษที่ตั้งอยู่ในค่ายทหารนั้น ที่ผ่านมา การเปิดเรือนจำชั่วคราว เพราะฝ่ายความมั่นคงได้ทำเรื่องขอมายังกรมราชทัณฑ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ในการสอบสวน ซึ่งจะต้องมีการเดินทางเข้าออกเรือนจำอยู่ตลอดระหว่างการสอบสวน อีกทั้ง เรือนจำปกติมีกฎระเบียบและขั้นตอนการเข้าออกเรือนจำที่ค่อนข้างมาก
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เรือนจำชั่วคราวที่ตั้งขึ้นในค่ายทหารนั้น ถึงแม้จะตั้งอยู่ในค่ายทหาร แต่กฎระเบียบที่นำมาใช้กับผู้ต้องหาก็เป็นกฎระเบียบที่ใช้กับผู้ต้องขังทั่วไปที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำถาวร อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ต้องขังก็เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีการละเมิดสิทธิผู้ต้องหาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ต้องหาที่เสียชีวิตในเรือนจำนั้น ตนยินดีให้ตรวจสอบ แต่ต้องมีการทำหนังสือชี้แจงมาให้ชัดเจนว่าต้องการตรวจสอบเรื่องอะไร ขอดูอะไร จากนั้น ตนก็จะนำเรื่องไปพิจารณาว่าสามารถให้ตรวจสอบได้หรือไม่อย่างไร
พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีเกี่ยวกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมาก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ คสช.จึงต้องใช้อำนาจพิเศษเข้ามา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้มีการตั้งกติกาที่ใช้ในการควบคุมเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทุกคนจะต้องเคารพกฎหมาย ส่วนเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อย นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ เพราะว่าทั้งทหารและตำรวจทำงานอย่างเต็มที่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีรัฐสภายุโรปมีจดหมายเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ขอออกความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ซึ่งตามหลักการแล้ว หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไปตามคำเชิญ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ด้วยการขอต่อศาลก่อน และมาขอ ต่อ คสช. ซึ่งหากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถเดินทางไปได้.







