
เปิดบันทึกฯรถไฟไทย-ญี่ปุ่น
วันที่ 24 พ.ย. 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น เส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ มีสาระสำคัญ ดังนี้
วันที่ 24 พ.ย. 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น เส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ มีสาระสำคัญ ดังนี้
ในการประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ... พ.ย. 2558 อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และเคอิชิ อิชี่ รัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอซี) เพื่อเร่งความร่วมมือด้านระบบราง เส้นทางเศรษฐกิจด้านใต้ (กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ และกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง) ดังนี้
1.การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้
ทั้งสองฝ่ายยินดีสำหรับเริ่มต้นการดำเนินการสำรวจ โดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ซึ่งเป็นไปตามเนื้อหาพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ในบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่ลงนามเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2558
ในการนี้ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าวัตถุประสงค์และเนื้อหาการสำรวจเป็นไปเพื่อเร่งรัดการดำเนินการด้านระบบราง เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาบริการขนส่งทางราง โดยการพัฒนาเส้นทางรถไฟที่มีอยู่เดิม ระบบรางคู่ หรือระบบรถไฟฟ้า และทั้งสองฝ่ายหวังว่าการสำรวจจะได้รับการสนับสนุนในแนวทางที่เข้มข้น เพื่อให้รายงานการสำรวจฉบับกลางได้รับการพิจารณาภายในไตรมาส 2 ของปี 2559
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบว่า การพัฒนาหรือการปรับปรุงระบบรางตามเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ เป็นหนึ่งในโครงการที่มีลำดับความสำคัญ ซึ่งนอกจากทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกันแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อของอาเซียนอีกด้วย โดยฝ่ายไทยยินดีจะร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่นเร่งดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเริ่มโครงการได้ในปี 2559
2.การขนส่งสินค้าทางราง
ทั้งสองฝ่ายจะสำรวจข้อเท็จจริงการให้บริการขนส่งทางรางรูปแบบใหม่ตามแนวเส้นทางเดิมของการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟท.) และใช้องค์ความรู้การให้บริการขนส่งทางรางของญี่ปุ่น โดยความร่วมมือระหว่าง รฟท. และบริษัทของญี่ปุ่นนั้น
(1) ทั้งสองฝ่ายจะทดลองเดินรถเพื่อให้บริการขนส่งทางรางรูปแบบใหม่ตามเส้นทางเดิมของ รฟท. รวมทั้งเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ภายในต้นปี 2559
(2) การพิจารณาถึงผลการทดลองเดินรถตามข้อ 2 (1) ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดตั้ง Special Purpose Vehicle ร่วมกันระหว่าง รฟท. และบริษัทของญี่ปุ่น สำหรับการขนส่งสินค้าทางราง เพื่อดำเนินการจัดตั้ง Special Purpose Vehicle ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2559 เพื่อส่งเสริมการขนส่งทางรางอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ มาตรการใดที่ดำเนินการโดยรัฐบาลไทยที่จะส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าทางราง โดยการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน จะได้รับข้อเสนอแนะจากการสำรวจของไจก้า
3.การพัฒนาบุคลากร
ฝ่ายญี่ปุ่นจะจัดเตรียมโครงการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานตั้งแต่เดือน ก.พ. 2559
ชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การลงทุนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น เส้นกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-สระแก้ว จะดำเนินการหลังมีการลงนามเอ็มโอซีแล้ว ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเส้นทางแม่สอด-มุกดาหาร ยังอยู่ระหว่างการศึกษา
ด้าน วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบตั้งกองทุนสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวทางการจัดตั้งจะมี 2 รูปแบบ คือ 1.เป็นกองทุนที่ตั้งโดย พ.ร.บ.งบประมาณ และ 2.กองทุนที่ตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องจัดทำร่าง พ.ร.บ. เพื่อวางหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริมต่างๆ รวมถึงแหล่งเงิน และเสนอให้ ครม.อนุมัติ
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เผยว่า ครม.ได้หารือกันว่าจะนำเงินจากแหล่งใดมาจัดตั้งกองทุน ซึ่งที่ประชุมมีการเสนอว่าให้นำเงินจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนพัฒนาการกีฬา ซึ่งกำหนดไว้ 2% ของภาษีบาปมาตั้งเป็นกองทุน และต้องกำหนดเพดานเงินกองทุนที่เหมาะสมด้วยว่าควรเป็นเท่าไหร่
“ในเบื้องต้น ครม.ให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาว่ามีเงินตรงไหนที่ไม่ขัดแย้งกับการตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และต้องไม่ใช่เอาเงินส่วนเกินของภาษีบาปอย่างเดียว” แหล่งข่าวระบุ







