
สภาปชช.4ภาคขู่ยึดที่บสท.อีก ตรวจพบครอบครอง4แสนไร่
โพสต์ทูเดย์
— สภา ปชช.4 ภาค ประกาศเดินหน้าบุกยึดที่ดิน บสท.อีกกว่า 4 แสนไร่นายประภาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน และประธานสภาประชาชน 4 ภาค เปิดเผยว่า เตรียมระดมกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาไม่มีที่ดินทำกินจากจังหวัดต่างๆ ไปเข้ายึดครองที่ดินของบรรษัท บริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) หลังตรวจพบว่ายังมีที่ดินครอบครองอยู่ทั่วประเทศอีกกว่า 4 แสนไร่
นายประภาส กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านได้บุกยึดที่ดินของ บสท.รวมทั้งหมดเกือบ 208 จุดทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 3 หมื่นไร่เพราะต้องการควบคุมพื้นที่ไม่ให้ถูกขายทอดตลาดให้นายทุน และเป็นสิ่งรับประกันการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลแต่ยืนยันไม่ขอเปล่า แต่ต้องให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบจ่ายเงินซื้อให้ก่อน แล้วเปลี่ยนสถานะมาเป็นเจ้าหนี้ชาวบ้านที่ถือครองแทน
“
คลังควรที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ผ่อนชำระในราคาที่พอจะเป็นไปได้ และทาง บสท.ต้องจำหน่ายที่ดินให้รัฐบาลในราคาที่ไม่สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เข้ามาถือครองพื้นที่ต้องรับภาระมากจนเกินไป และจะช่วยให้ประชาชนมีที่ดินทำกินหาเลี้ยงตัวเอง ครอบครัวและใช้หนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไป” นายประภาส กล่าวด้านนางสำรวย ศิริเนาว์ ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาประชาชนอีสาน ที่ต้องประสบกับปัญหาไม่มีที่ดินทำกินมาตลอดชีวิต กล่าวว่า ตนเองไม่เคยมีที่ดินทำกินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เพราะไม่เคยได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ปัจจุบันมีอาชีพรับจ้างทั่วไปหาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ โดยมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้จ่าย จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมานับแสนบาทเพื่อประทังชีวิตตนเองและครอบครัว โดยไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากใคร
นางสำรวย กล่าวอีกว่า เมื่อเห็นช่องทางที่สภาเครือข่ายประชาชนอีสานได้รวมกลุ่มกันเรียกร้องขอที่ดินทำกินกับทางรัฐบาล จึงตัดสินใจเข้าร่วมด้วยหวังว่าความฝันที่จะมีที่ดินทำกินเป็นของตนเองจะกลายเป็นจริงขึ้นมา และยืนยันว่าหากมีที่ดินทำกินแล้วจะรักษาไปตลอดชีวิตจนชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน
“
ที่ผ่านมาคนไร้ที่ดินทำกินจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ต้องเข้าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจนถูกจับดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก เมื่อทางกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนได้รวมกลุ่มกัน จึงพากันเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพื่อจะได้มีอำนาจต่อรองรัฐบาล” นางสำรวย กล่าว






