
ชีวิตนี้มีธรรมะ
น สิยา โลกวฑฺฒโน คำขวัญของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ที่แปลว่า “ไม่ควรเป็นคนรกโลก” เป็นปรัชญาที่ศิษย์เก่า “วรภัค ธันยาวงษ์”
น สิยา โลกวฑฺฒโน
คำขวัญของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ที่แปลว่า “ไม่ควรเป็นคนรกโลก” เป็นปรัชญาที่ศิษย์เก่า “วรภัค ธันยาวงษ์” ยึดถือมาตลอดในการทำงานและการใช้ชีวิต และเป็นวิชั่นในการบริหารงานของธนาคารกรุงไทยด้วย
“ผมจะบอกกับพนักงานเสมอว่า ถ้าลูกค้าเจริญ เราก็เจริญ ประเทศชาติเจริญ ธนาคารก็เจริญ ที่ยึดถือคำขวัญนี้ก็เพราะเป็นคำที่ตรงที่สุด เพราะมนุษย์เกิดมาควรจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อสังคม ประเทศชาติ และต่อโลกนี้” วรภัค กล่าว
นอกจากนี้ วรภัคยังยึดหลักฆราวาสธรรม ซึ่งเป็นธรรมสำหรับผู้ครองเรือน มีหลัก 4 ประการ คือ สัจจะ (ความจริงใจ) ทมะ (การรู้จักข่มจิตข่มใจตนเอง) ขันติ (ความอดทน อดกลั้น) และจาคะ (ความเสียสละ) ในการดำรงชีวิต
“ผมว่าหลักฆราวาสธรรมเป็นธรรมะที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกเรื่อง ผมสนใจในการศึกษาธรรมะด้วยตัวเอง เป็นความสนใจที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้อุปสมบทเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ที่วัดชนะสงคราม นาน 2 สัปดาห์ ถึงจะเป็นช่วงสั้นแต่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้จากคนที่ไม่เคยรู้เรื่องพุทธศาสนาเลย เพราะจบชั้นมัธยมก็ไปเรียนต่อต่างประเทศและก็ทำงานกับธนาคารต่างชาติอยู่นานหลายปี” วรภัค กล่าว
หลังจากเห็นธรรมะว่าเป็นของดี เขาก็ตะลุยอ่านหนังสือธรรมะอย่างหนัก เพราะเห็นว่าธรรมะทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่า จากคนที่เป็นคนรักความสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟกต์ก็ผ่อนคลายลง เพราะนำเอาหลักธรรมมาปฏิบัติ
“ธรรมะทำให้ชีวิตผมดีขึ้นมาก เข้าใจโลกเข้าใจคนมากขึ้น หลักการทั้ง 4 ของฆราวาสธรรมเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้บริหารต้องมี การทำแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารก็มาจากหลักนี้ด้วย แนวทางสู่ความสำเร็จ การจะเป็นพ่อค้าที่ดีก็มีอยู่ในหนังสือคู่มือของพระบวชใหม่” วรภัค กล่าว
ฉะนั้น ไม่ว่าจะได้รับเชิญไปกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวในงานแต่งงานพนักงาน หรือบรรยายในที่ต่างๆ เขาจะนำเอาธรรมะสอดแทรกไว้เสมอ
“ผมได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อมาตลอดคือความซื่อสัตย์ ทั้งชีวิตของท่านทำทุกอย่างโดยซื่อตรง ท่านเป็นคนสมถะ ตัวเองไม่ค่อยใช้เงิน แต่ใช้กับลูกมากโดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยมีครั้งหนึ่งผมเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ ผมนำไปคืนครูและกลับบ้านไปเล่าให้พ่อฟัง คุณพ่อผมชอบใจมาก ให้รางวัลผม 2 เท่าของเงินที่ผมเก็บได้ ผมถูกหล่อหลอมมาอย่างนี้” วรภัค กล่าว
นอกเหนือจากทำงานแล้ว เขาใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว วรภัคมีลูกสาวฝาแฝด ขณะนี้คนหนึ่งเรียนอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ และอีกคนเรียนที่คณะบัญชี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งคู่ ส่วนลูกชาย 2 คน คนโตเรียนอยู่ที่อังกฤษ และคนเล็กเรียนอยู่ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา
“ผมมักจะบอกลูกๆ เสมอว่า เราเกิดมาต้องทำให้โลกนี้ดีขึ้น ผลิตให้เยอะ ทำเพื่อโลกให้มาก เพื่อส่วนตัวให้น้อยกว่า เน้นว่าจะทำอะไรก็ต้องทำให้มีความสุข”วรภัค กล่าว
สำหรับชีวิตส่วนตัวของนายแบงก์คนนี้ไม่มีอะไรมาก “วันเสาร์ผมมักจะอยู่บ้านคนเดียว เพราะภรรยาผมทำการค้าต้องไปดูแล ผมก็ใช้เวลานี้อ่านหนังสือ หรือไม่ก็เดินไปหาก๋วยเตี๋ยวกิน อ่านหนังสือ” เขาเล่าให้ฟัง
วรภัคบอกว่า ทุกวันนี้มีความสุขกับการทำงาน และการที่ได้เข้าไปร่วมทำหลักสูตรเพื่อเทรนนิ่งพนักงานและเป็นวิทยากรอบรมพนักงานด้วยตัวเอง ทำให้เขาชอบการสอนมาก และคิดว่าหลังจากเกษียณอายุงานแล้ว เขาอยากสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย อยากเป็นครู ถ่ายทอดประสบการณ์ และทำให้โลกนี้ดีขึ้นสมดังปรัชญาที่ใช้ดำเนินชีวิต ที่จะต้องไม่เป็นคนรกโลก







