
นายแน่มาก
เรื่องสนุกๆ กำลังจะเกิดขึ้น
เรื่องสนุกๆ กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อรัฐบาลเดินหน้าแปรสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือแบบเดิม ให้กลายเป็นการออกใบอนุญาต และยืดเวลาสัญญาไปอีก 15 ปี หลังจากที่อายุสัญญาจะเหลือแค่ 35 ปี
ที่ว่าสนุก ก็คือการนำไปเทียบเคียงกับกรณีที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดทางให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย หรือ ทีพีไอ อาจเห็นอะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้น
เพราะกรณีทีพีไอ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติป.ป.ช. เพิ่งชี้มูลหมาดๆ เป็นการกระทำที่มิชอบ
ประเด็นสำคัญที่ ป.ป.ช. ชี้ขาดก็คือ กระทรวงการคลังเป็นส่วนราชการ ไม่มีอำนาจหน้าที่บริหารแผนของบริษัทเอกชน การที่เข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอ จึงกระทำเกินอำนาจที่มีอยู่ ผิดกฎหมายอาญา
คนเกี่ยวข้องโดนไปเต็มๆ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ
ย้อนกลับมาดูเรื่องสัมปทานโทรศัพท์
พ.ท.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกทช. พูดให้คิดว่า ไม่แน่ใจ กทช.จะมีอำนาจออกใบอนุญาตตามที่รัฐบาลต้องการหรือไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ระบุเอาไว้ การแปรสัมปทานจะต้องเป็นไปตามขอบเขตของสัญญาและระยะเวลาที่เหลืออยู่
การยืดสัญญามือถือจากที่เหลืออายุ 35 ปี ไปเป็น 15 ปี จึงกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายจะทำได้หรือไม่
นี่แหละ ใครใจกล้า ทำเรื่องนี้น่าจะเหลือบแลดูสำนวนคดีทีพีไอให้ดีๆ เพราะที่ผิดก็เนื่องจากกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจ แต่กลับไปทำเกินอำนาจ
แล้วกรณีสัมปทานมือถือ สัญญาเดิมเหลืออายุ 35 ปี แต่จะยืดให้ 15 ปี มันเกินอำนาจหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ใครที่เดินหน้าแปรสัญญามือถือถึงต้องบอกว่าใจถึงจริงๆ
อย่าลืมการเมืองเปลี่ยนแปลงไปไม่แน่นอน วันข้างหน้า อาจเกิดรายการย้อนเกล็ด ย้อนศร
อภิสิทธิ์กรณ์ และอื่นๆ อีกมากมาย อาจเดินเข้าแถวตกเป็นจำเลยในคดีแปรสัญญาสัมปทานก็เป็นได้
แค่คิดก็เสียว และถึงได้บอกว่า พวกนายใจถึงมาก







