posttoday
สภาปชช.4ภาคท้าบสท.ฟ้องยึดที่ดิน

สภาปชช.4ภาคท้าบสท.ฟ้องยึดที่ดิน

20 กรกฎาคม 2553

ประธานสภาประชาชน 4 ภาค ออกโรงท้ายบสท.แจ้งความดำเนินคดีบุกยึดที่ยันไม่มีทางย้ายออกนอกพื้นที่อย่างแน่นอน

ประธานสภาประชาชน 4 ภาค ออกโรงท้ายบสท.แจ้งความดำเนินคดีบุกยึดที่ยันไม่มีทางย้ายออกนอกพื้นที่อย่างแน่นอน

นายประภาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน ในฐานะประธานสภาประชาชน 4 ภาค ได้เชิญตัวแทนกลุ่มเครือข่ายที่บุกเข้าถือครองที่ดินของ บสท. ในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น , อดรธานี , สกลนคร , มุกดาหาร , สุรินทร์ , สระแก้ว และกาฬสินธุ์ จำนวนกว่า 200 คน เข้าสอบถามความคิดเห็น หลังนางจุไรรัตน์ ปันยารชุน กรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารทรัพย์สินไทย(บสท.) ได้ออกมาประกาศเตือนให้กลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค ออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจำเป็นที่จะต้องดำเนินการฟ้องร้องทางกฏหมายจนถึงที่สุดซึ่งทั้งหมดมีมติเห็นพ้องร่วมกันว่าพร้อมจะให้บสท.ฟ้องร้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและจะไม่ย้ายหนีไปไหน

สภาปชช.4ภาคท้าบสท.ฟ้องยึดที่ดิน ประภาส

นอกจากนี้ยืนยันว่าจะขอควบคุมพื้นที่ที่เข้าครอบครองไว้ โดยอ้างว่าพื้นที่เป็นพื้นที่ที่ได้มาจากเงินภาษีของประชาชน และทาง บสท.เองก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินส่วนนี้อย่างเต็มที่ มานานนับ 10 ปี ประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินจึงขอควบคุมพื้นที่ดังกล่าวไว้ เพื่อใช้ทำประโยชน์ขณะรอการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาล  และยินดีที่จะให้ทาง บสท. ฟ้องดำเนินคดีทางกฏหมายตามที่ได้ประกาศเตือนไว้ โดยสมาชิกในเครือข่ายทุกคนฟ้องที่จะมอบตัวและต่อสู้คดีทั้งหมด และเชื่อมั่นว่าหากพี่น้องประชาชนถูกทาง บสท.ฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งๆที่ทำไปเพียงเพื่อต้องการมีชีวิตรอด ด้วยการเข้าควบคุมพื้นที่ของรัฐบาลเพื่อขอใช้ประโยชน์ ก็จะทำให้กลุ่มประชาชนที่มีปัญหาซึ่งยังแฝงตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศจะออกมาร่วมต่อสู้และสนับสนุนกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาคอย่างแน่นอน 

นายประภาส  กล่าวอีกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทาง การที่ บสท.ประกาศเตรียมที่จะดำเนินคดีทางกฏหมายกับประชาชนที่เข้ามาควบคุมพื้นที่นั้น ถือเป็นสิ่งที่จะทำให้กระบวนการช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาในเรื่องของที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน เกิดผลเร็วขึ้น เนื่องจากเมื่อกลายเป็นประเด็นฟ้องร้องแล้ว จะส่งผลให้สังคมได้มีโอกาสรับรู้ถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนส่วนนี้ ว่ากำลังประสบกับความเดือดร้อนอย่างหนัก เป็นที่สนใจมากขึ้น 

ขณะเดียวกันจะทำให้การดำเนินการให้ความช่วยเหลือขอรัฐบาลที่ยืดเยื้อและไม่มีที่สิ้นสุด ได้บทสรุปที่รวดเร็วขึ้น เพราะหากทางประชาชนที่เดือดร้อนไม่มีการเคลื่อนไหว หรือทำให้ประชาชนรับรู้ถึงปัญหาจนการเป็นประเด็นร้อนของประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็คงนิ่งเฉย และไม่ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะเป็นการจุดกระแส และเป็นการตีแผ่ปัญหาของประชาชนชาวรากหญ้าที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีรายได้ และต้องเผชิญกับความเดือดร้อนโดยที่ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้ามาแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น 

ส่วนกรณีที่ ทางบสท.อ้างว่า ที่ดินที่ทางกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค เข้าควบคุมพื้นที่นั้น ไม่ใช่ที่ดินหรือทรัพย์สินของรัฐ แต่เป็นที่ดินซึ่งได้มาจากการปรับโครงสร้างหนี้ ตั้งแต่ช่วงที่เกิดปัญหาต้มยำกุ้ง และมีสถาบันการเงินหลายแห่งเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบหนี้ของที่ดินจำนวนนี้ และมาถึงวันนี้ทาง บสท.จำเป็นต้องขายทอดตลาดเพื่อนำเงินที่ได้มาจัดสรรให้กับสถาบันการเงินต่างๆ  นั้น  ทาง บสท.ต้องเป็นที่ออกมาชี้แจงกับสังคมว่าขั้นตอนการดำเนินการในการซื้อที่ดินส่วนนี้ทั้งหมดได้มาจากส่วนใดบ้าง หรือเอาเงินที่ไหนมาซื้อ 

เพราะในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งนั้นสถาบันการเงินต่างๆต้องล้มเลิกกิจการไปจำนวนมาก และเมื่อเป็นเช่นนั้นทาง บสท.จะนำเงินจากสถาบันการเงินใดมาซื้อขายที่ดินที่มีอยู่กว่า 4 แสนไร่ หากไม่ใช่เงินภาษีของประชาชน ซึ่งส่วนตัวมองว่าการที่เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนั้นขึ้นก็เนื่องจากกลุ่มนายทุนนักลงทุนเป็นผู้ที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นเอง และประชาชนต้องกลายเป็นผู้ที่รับภาระหนี้สิน ต้องนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้หนี้ที่เกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจดังกล่าว และยังเชื่อว่าทาง บสท.ไม่ได้เตรียมที่จะจำหน่ายที่ดินส่วนนี้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 

ดังนั้นทางสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาค จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาควบคุมที่ดินต่างๆเหล่านี้ เพื่อขอใช้ประโยชน์ และให้รัฐบาลพิจารณานำที่ดินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งเดือดร้อนมาอย่างยาวนานให้จบลงได้เสียที ก่อนที่จะถูกกลุ่มทุนซื้อไปในราคาถูกและหาที่ดินมาช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ 

สำหรับข้อมูลการเข้าควบคุมพื้นที่ของกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค ขณะนี้ มีรายงานเบื้องต้นออกมาแล้วว่า สมาชิกสภาประชาชน 4 ภาคจำนวนประมาณ 30,000 คน  ได้เข้าควบคุมพื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินของ บสท.ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 19 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว รวมถึงภาคตะวันออกอีก 1 จังหวัด คือจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งสิ้น 208 จุด พื้นที่ประมาณ 30,917 ไร่ และยังยืนยันที่จะเดินหน้าเข้าควบคุมที่ดินของ บสท.ที่ยังคงหลงเหลืออยู่อีกกว่า 3 แสนไร่ต่อไป จนกว่าประชาชนที่ปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งล่าสุดมีอยู่ประมาณ 86,000 คนในภาคอีสานจะมีที่ดินทำกินชั่วคราวเพื่อรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้วทั้งหมด นายประภาสฯ กล่าว

ส่วนรายละเอียดของพื้นที่ บสท. ที่กลุ่ม สภาประชาชน 4 ภาคเข้าควบคุมไว้ในขณะนี้  แยกเป็น 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนี้

1.  จังหวัดนครราชสีมา  เข้าควบคุมทั้งหมด    39  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่ 
 
2.  จังหวัดเลย    เข้าควบคุมทั้งหมด  3  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  300  ไร่
 
3.  จังหวัดบุรีรัมย์     เข้าควบคุมทั้งหมด  3  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  2,000   ไร่
 
4.จังหวัดสุรินทร์    เข้าควบคุมทั้งหมด  3  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  100  ไร่
 
5. จังหวัดศรีสะเกษ    เข้าควบคุมทั้งหมด  13  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  100  ไร่
 
6.  จังหวัดนครพนม    เข้าควบคุมทั้งหมด  11  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  500  ไร่
 
7.  จังหวัดสกลนคร    เข้าควบคุมทั้งหมด  12  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  6,000  ไร่
 
8. จังหวัดมุกดาหาร    เข้าควบคุมทั้งหมด  10  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  1,000  ไร่
 
9.  จังหวัดหนองคาย     เข้าควบคุมทั้งหมด  6  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  300  ไร่
 
10.  จังหวัดชัยภูมิ    เข้าควบคุมทั้งหมด  5  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  200  ไร่
 
11.  จังหวัดกาฬสินธุ์    เข้าควบคุมทั้งหมด  12  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  50  ไร่
 
12.  จังหวัดหนองบัวลำภู    เข้าควบคุมทั้งหมด  2  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  400  ไร่
 
13.จังหวัดร้อยเอ็ด    เข้าควบคุมทั้งหมด  4  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  5,000 ไร่
 
14. จังหวัดอุดรธานี    เข้าควบคุมทั้งหมด  19   จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  1,000  ไร่
 
15.  จังหวัดสารคาม    เข้าควบคุมทั้งหมด  3  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  100  ไร่
 
16.  จังหวัดอำนาจเจริญ    เข้าควบคุมทั้งหมด  3  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  200  ไร่
 
17.  จังหวัดขอนแก่น    เข้าควบคุมทั้งหมด  66  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  6,000  ไร่
 
18.  จังหวัดยโสธร   เข้าควบคุมทั้งหมด  2  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  490  ไร่
 
19.  จังหวัดอุบลราชธานี    เข้าควบคุมทั้งหมด  7  จุด  รวมพื้นที่ประมาณ  1,000  ไร่
 
และภาคตะวันออก ที่จังหวัด สระแก้ว เข้าควบคุม  1  จุด รวมพื้นที่ 177 ไร่

รวมทั้งการเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งสิ้น 208  จุด  พื้นที่ประมาณ 30,917 ไร่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ