posttoday
คสช.ดันวาระร้อน รธน.เสี่ยงสะดุด

คสช.ดันวาระร้อน รธน.เสี่ยงสะดุด

20 พฤศจิกายน 2558

กลายเป็น “จุดเสี่ยง” ที่อาจทำให้ร่างรธน.ใหม่ต้องสะดุดก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อปรากฏสัญญาณ “ล้วงลูก” จากคสช.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็น “จุดเสี่ยง” ที่อาจทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุดก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อปรากฏสัญญาณ “ล้วงลูก” จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​

แม้จะเป็นเพียงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่ คสช.ส่งกลับมายัง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งเคยทำเรื่องไปถึงแม่น้ำสายต่างๆ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ​

แต่ทว่าทั้งสถานะ บทบาท ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของ คสช. ทำให้มองได้ว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวอาจเปรียบเสมือน “ใบสั่ง” ที่ กรธ.ต้องรับฟัง ยิ่งเป็นข้อเสนอที่ลงนามด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.​

ที่สำคัญ “จุดกำเนิด” ​ของ กรธ.ยังมาจากการแต่งตั้งของ ​คสช.​ รวมทั้งมีชัยเองก็นั่งอยู่ใน คสช.ตั้งแต่แรก​ ดังนั้น ข้อเสนอของ คสช.จึงถูกมองว่ามี “น้ำหนัก” เป็นพิเศษ

​เริ่มต้น ​“ข้อเสนอ” ของ คสช.ดูไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ทั้งเสนอให้มีเนื้อหาสาระเข้าใจง่าย ไม่กำกวม ล่อแหลมต่อการตีความผิด รวมทั้งจะต้องไม่ยาวเกินไป เพราะหากยาวไปจะทำให้ต้องตีความและยุ่งยากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สั้นเกินไป

หรือกระทั่งการเสนอให้มีการกำหนดวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อความยืดหยุ่น เหมาะสมกับกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อป้องกันการล้มล้างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้กำลัง หรือการปฏิวัติ รัฐประหาร

ยิ่งข้อเสนอเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองย่อมมีแต่คนเห็นด้วย แม้แต่ข้อเสนอที่ระบุให้ประชาชนจะต้องสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ในประเทศอย่างแท้จริงในฐานะผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในการปกครอง ในการที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ใช้อำนาจปกครองโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม

หรือรัฐบาลที่ปฏิเสธหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อมวลมหาประชาชนโดยไม่ทำให้ประชาชนมีความสำคัญแต่เฉพาะก่อนหรือขณะเลือกตั้งเท่านั้น ภายหลังการเลือกตั้งไปแล้วประชาชนยังคงจะต้องมีบทบาทที่สำคัญกว่านักการเมืองผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยรัฐมีหน้าที่สนับสนุนในการสร้างและพัฒนาพลเมืองให้มีความรู้และความรับผิดชอบทางการเมือง

แต่ปัญหาอยู่ตรงข้อเสนอบางข้อ ไล่มาตั้งแต่ 2.6 “เนื่องจากปัญหาวิกฤตหรือข้อขัดแย้งทางการเมืองย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และรัฐธรรมนูญอาจเกิดภาวะทางตัน ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญควรบัญญัติช่องทางเผื่อกาลในอนาคตในการผ่าทางตันเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้ด้วย โดยเฉพาะการเกิดปัญหาสุญญากาศทั้งทางด้านนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง”

ประเด็นนี้ชวนให้คิดถึงองค์กรอย่างคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)​​ ที่เคยเสนอครั้งแรกในร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เพื่อเป็นเซฟทีคัตป้องกันไม่ให้เกิดทางตันจนต้องนำไปสู่การรัฐประหาร 

ครั้งนั้นเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงเกรงว่า “กลไก” นี้จะเปิดช่องให้เกิดการสืบทอดอำนาจของ คสช.เข้ามาครอบงำการบริหารของรัฐบาลที่จะมาหลังการเลือกตั้ง แม้จะมีคำอธิบายต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีหลักประกันใดว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นในอนาคต

ยิ่งข้อสำคัญคือ ข้อ​ 2.7 เรื่อง แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐยังคงต้องบัญญัติให้รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็นเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยที่มีมาจากภัยในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญาปกครอง

หากรัฐธรรมนูญบัญญัติเนื้อหาไว้เช่นนี้ ประเด็นแรกนั่นหมายความว่า กองทัพจะมีความชอบธรรมในการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อย่างชอบธรรม ไม่ว่าจะต้องใช้​งบประมาณสูงแค่ไหน หากทุกอย่างเป็นไปเพื่อความมั่นคงย่อมสามารถทำได้

ประเด็นถัดมาที่เห็นว่ามีปัญหาคือ ใช้กำลังทหารหากโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐ จะไม่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา ​ปกครอง เสมือนให้อำนาจพิเศษกับทหารเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น

​แต่ละเรื่องที่ คสช.เสนอมานั้นเต็มไปด้วยความล่อแหลม และเพิ่มอำนาจให้กับกองทัพ หาก กรธ.รับลูกนำไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญเกิดแรงต้านเพิ่มมากขึ้นอาจต้องสะดุดในชั้นการลงประชามติแล้ว

อีกด้านหนึ่งยังกัดกร่อนทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.และ กรธ. หากทุกอย่างชวนให้คิดว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลัง และคิดถึงผลประโยชน์ตนเองมากกว่าของประเทศชาติ

ส่วนคำชี้แจงของมีชัยว่าไม่ได้ทำเพื่อตอบสนองผู้มีอำนาจ แต่ต้องรับฟังทุกฝ่ายนั้นจะน่าเชื่อถือเพียงไร ต้องรอดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ