
"บิ๊กตู่"ตั้งคณะกก.ขับเคลื่อนแม่น้ำ5สาย
นายกฯ ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแม่น้ำ 5 สาย ลั่นจากนี้ทุกส่วนต้องรู้เหมือนกัน
นายกฯ ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแม่น้ำ 5 สาย ลั่นจากนี้ทุกส่วนต้องรู้เหมือนกัน
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนจากข้างบน เขียนโครงสร้างใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยหารือกันในครม. และมีความเห็นชอบร่วมกัน โดย ตนต้องการให้ 5 หน่วยงานหลักอยู่ข้างบน ครม. คสช. กรธ. สปท. สนช. แม่น้ำ 5 สายอยู่ข้างบนทั้งหมดทำงานร่วมกัน ลงมาข้างล่างจะเป็นการแปลงนโยบายลงไปสู่การปฏิบัติ ก็คือรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกลุ่ม 6 กลุ่มงาน ใน 6 กลุ่มงานตรงนี้ก็จะมีหน่วยงานภายใน เอาเรื่องใส่เข้าไปแต่ละกลุ่ม ให้รองนายกฯแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จากนั้นจะลงไปข้างล่าง โดยให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐ (คตร.) คอยตรวจสอบความโปร่งใสควบคู่ไปด้วย เป็นเครื่องมือของรัฐบาล และของรองนายกฯนำไปขับเคลื่อนต่อ และจะมีของแต่ละกระทรวงด้วย
อีกอันหนึ่งคือมีคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็ยังอยู่ เป็นตรงกลางคอยขับเคลื่อนแต่ละกระทรวง ตามยุทธศาสตร์เร่งด่วนสำคัญ ทั้งนี้ในทางปฏิบัติเมื่อเราตั้งรองนายกฯขับเคลื่อน 6 กลุ่มงาน ในการแก้ปัญหาต่างๆ จะมีความรับผิดชอบชัดเจนขึ้น ทั้งหมด รองนายกรัฐมนตรีทุกคนจะต้องคุยกันก่อน และต่างคนต่างเสริมให้กัน และตนต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นทุกคนในระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ต้องรู้เหมือนที่ตนรู้ ถ้ารู้เหมือนกัน จะได้ถ่ายทอดข้างล่าง ประชาชนจะได้เข้าใจว่าทำตรงนี้จะมีผลกับตรงนี้ด้วย ถ้าค้านตรงนี้ ตรงนั้นก็ไม่เกิด ถ้าเกิด ต้องเกิดด้วยความร่วมมือของหน่วยไหนบ้าง กระทรวงก็ต้องรู้ ประชาชนก็ต้องรู้ อยู่คนเดียวอยู่กันหมู่บ้านเดียวไม่ได้หรอก ต้องทำให้พื้นที่เจริญเท่าเทียมกัน เกื้อหนุนกัน
จากนั้นพอลงไปข้างล่าง ตนก็จะเรียกว่า ประชารัฐ จาก 6 กลุ่มงานจะโยงลงไปข้างล่าง ในลักษณะแนวดิ่ง บนลงล่าง ลงไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย เขาก็จะต้องบูรณาการพื้นที่ ฉะนั้นพื้นที่ข้างล่างจะมีคน 2 กลุ่ม ตนจึงสั่งการให้ตั้งศูนย์ว่าการอำเภอ ตนจะลงไปกวดขันนายอำเภอด้วย ศูนย์ว่าการอำเภอคือผู้รับงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดไปสู่การปฏิบัติ ไปส่วนตรงนี้ต้องประกอบด้วยภาคประชาสังคม กองทุนหมู่บ้าน กองทุนใหญ่ก็นำมาช่วย แต่รัฐบาลจะเข้าไปยุ่งมากไม่ได้ สิทธิมนุษยชนด้วย ตำรวจทหารในพื้นที่ด้วย ทั้งหมดคือกลุ่มปฏิบัติในพื้นที่
ต่อไปนี้นายอำเภอต้องรู้ทุกเรื่อง จากที่คราวก่อนเคยกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ทั้งหมดที่ลงไปทำงาน ถ้าเป็นข้าราชการต้องมีวิสัยทัศน์ ทำงานเชิงรุก มองภาพเชื่อมโยงให้ได้ ถ้าพูดและคิดแบบตนไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ มันก็ทำงานแต่ในกลุ่มงานตัวเองอยู่อย่างนั้น มันก็ติดกันไปหมด ทำอะไรไม่ได้ ต่อไปนี้ต้องรู้เหมือนกันหมด รู้ทุกงานตนสั่งแล้วรัฐมนตรีทุกคนต้องรู้ว่ารัฐบาลเดินหน้าเรื่องอะไรบ้าง และ อะไรที่เกี่ยวข้อง อะไรที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เขาต้องสนับสนุนทั้งหมด แม้กระทั่งการทำสินค้าตนเคยบอกให้ไปดูสินค้าโอทอป มีทั้งหมด 8 หมื่นกว่ารายการ แต่มีประมาณ 5 พันกว่ารายการที่มีศักยภาพ ก็ต้องไปดูว่าจะให้มาตรฐานเขาอย่างไร ส่งเสริมอย่างไร ทุกคนต้องร่วมมือกับรัฐ ไม่ใช่ติดนั่นติดนี่ ห่วงภาษี จะไปไม่ได้ เข้าถึงกองทุนไม่ได้ ก็จะโตไม่ได้ จะอยู่แบบนี้ ไม่สร้างมูลค่า ถ้าทุกคนได้เงินหมดก็จะยกระดับกันหมด จะกลับมาสู่การผลิตที่มากขึ้น ชาวไร่ชาวนาก็จะมีรายได้มากขึ้น มันต้องคิดแบบนี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า คสช.ก็จะลงมาช่วยข้างล่าง เป็นเครื่องมือของรองนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในแต่ละกลุ่ม โดยตนเป็นประธานในทุกกลุ่มอยู่แล้ว ตนให้รองนายกฯเป็นผู้ขับเคลื่อน มีปัญหาก็แก้ให้ ฉะนั้นคสช.ต้องจัดกลุ่มตาม และลงไปดูจังหวัดและอำเภอ เป็นการขับเคลื่อนในระยะต่อไป







