posttoday

แม่ผัวโหดจ้างฆ่าสะใภ้ท้อง 3 เดือนมอบตัวแล้ว

17 พฤศจิกายน 2558

ผบช.ก. แถลง แม่ผัวโหด จ้างฆ่า สาวเภสัชว่าที่ลูกสะใภ้ท้อง 3 เดือน มอบตัวแล้ว หลังถูกดดันหนัก

ผบช.ก. แถลง แม่ผัวโหด จ้างฆ่า สาวเภสัชว่าที่ลูกสะใภ้ท้อง 3 เดือน มอบตัวแล้ว หลังถูกดดันหนัก

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยพล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม แถลงถึงการเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของ นางจุรี จันทร์งาม อายุ 72 ปี ชาวพัทลุง ผู้ต้องหาคดีจ้างวานฆ่า นางสาว ริ้วแพร โชติการ เภสัชกรสาวโรงพยาบาลควนเนียง จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 3 เดือนและเป็นว่าที่ลูกสะใภ้เสียชีวิตในคลินิคเวชกรรม พร้อมกับ นายอาดิศร์ ประทีปทัศน์ พนักงานจ่ายยา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 ที่คลินิกเวชกรรมในอำเภอควนเนียง

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า การเข้ามอบตัวของผู้ต้องหารายนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิง น.ส.ริ้วแพร โชติการ อายุ 26 ปี เภสัชกรโรงพยาบาลควนเนียงที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนซึ่งเป็นว่าที่ลูกสะไภ้ จนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในคลินิกเวชกรรมในพื้นที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา โดยมี นายอดิศร์ ประทีปทัศน์ พนักงานจัดยาที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์คลินิกดังกล่าวถูกลูกหลงเสียชีวิตด้วย

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมมือปืนที่ลงมือก่อเหตุไว้ได้ คือ นายนรินทร์ จันทร์ฉาย อายุ 36 ปี และนายจำนง คงสุวรรณ อายุ 40 ปี โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การซัดทอดว่า นางจุรี เป็นผู้ใช้จ้างวานเป็นเงิน 500,000 บาท เพื่อให้ลงมือสังหาร น.ส.ริ้วแพร เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้เสียชีวิตมาแต่งงานกับบุตรชาย คือ นายวิกรม จันทร์งาม อายุ 36 ปี พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูล หลังจากทั้งคู่เตรียมจัดงานแต่งงานในวันที่ 29 ธ.ค. 2550 แต่นางจุรี ไม่ยินยอมพร้อมกับพยายามกีดกัน จนถึงกับเอ่ยปากว่าหากไม่ล้มเลิกงานแต่งงานคงได้จัดงานศพแทน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ นางจุรี และสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ จากนั้นได้สรุปสำนวนส่งฟ้องคดีผู้ต้องหาทั้งหมด ซึงในชั้นอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายจำนง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือทั้งสองศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิต

เมื่อคดีถึงชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทว่า นางจุรี ได้วางหลักทรัพย์เป็นมูลค่า 5 ล้านบาท เพื่อประกันตัวในระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นฎีกา กระทั่งเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2557 น.ส.รัศมี จันทร์งาม บุตรสาวของนางจุรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสงขลา เพื่อขอจำหน่ายคดีเนื่องจากอ้างว่า นางจุรี จำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2557 ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีการฌาปนกิจศพที่วัดมณีสพ ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีใบมรณะบัตรออกโดยฝ่ายปกครอง อ.ท่าแซะ แสดงเป็นหลักฐานการเสียชีวิต

หลังจากนั้น นางฤดีมาศ สิงห์มณี อายุ 55 ปี มารดาของ น.ส.ริ้วแพร ผู้เสียชีวิต ได้เข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 6 กองปราบปราม ขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเนื่องจากเชื่อว่า นางจุรี ยังไม่เสียชีวิต กระทั่งเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 427 หมู่ 2 ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา แต่ก็ไม่พบตัวนางจุรี โดยพบเพียงภาพถ่าย อย่างไรก็ดี ตามแนวทางการสืบสวนทราบว่า นางจุรี ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่กับญาติและคนรู้จักหลายแห่ง เนื่องจากเป็นผู้กว้างขวางรู้จักคนเยอะ

ต่อมา อัยการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้คัดค้าน ได้ยื่นศาลให้สืบพยาน 6 ปาก คือ เจ้าหน้าที่รับแจ้งการตาย ปลัดอำเภอ สัปเหร่อวัดมณีสพ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว รวมทั้ง ร.ต.ท.สิทธิพร ขันธ์พระแสง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ต่างยืนยันว่าไม่มีการจัดงานศพและเผาศพนางจุรี และไม่มีพยานพบเห็นศพนางจุรี ส่วนสาเหตุที่มีการออกใบมรณะบัตรนั้น อำเภอท่าแซะอ้างเหตุผลว่ามีใบรับรองการตายจากผู้ใหญ่บ้านจึงเป็นไปตามระเบียบกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ศาลฎีกาจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งไต่สวนการตายของนางจุรี จนที่สุดจึงทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นางจุรี ยังไม่ได้ถึงแก่ความตายตามที่กล่าวอ้าง และเชื่อว่านางจุรี มีพฤติกรรมจงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ต่อมาศาลฎีกา ได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง แต่นายวิกรม บุตรชายของจำเลย ให้การเป็นพยานในชั้นสอบสวนจึงเป็นเหตุบรรเทาโทษให้แก่จำเลย โดยคงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายนรินทร์ จำเลยอีกราย ศาลพิพากษายืนให้ประหารชีวิต

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ภายหลังได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองปราบปราม (ผกก.6 บก.ป.) พร้อมกำลัง ได้นำหมายศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 83/132-140 และบ้านพักต่างๆ รวม 10 หลัง ในพื้นที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าของห้างทองและเป็นเซียนพระชื่อดังผู้กว้างขวางในพื้นที่ที่เป็นญาติ เพื่อติดตามตัวนางจุรี แต่ไม่พบตัว โดยมี น.ส.รัศมี ลูกสาวของนางจุรี บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า มารดาเสียชีวิตไปนานแล้ว สาเหตุที่ไม่พบตัวเนื่องจาก นางจุรี ไหวตัวทันรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกมาจับกุมเลยหลบหนีออกจากพื้นที่เข้ามาอาศัยซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ

จากการสอบสวนพยานยังยืนยันว่าพบเห็นนางจุรี กับบุตรสาวแวะเวียนเข้ามาในบริเวณบ้านพักดังกล่าว และมีความระมัดระวังตัวอย่างมาก มีการขับรถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยงการถูกติดตามตัว อย่างไรก็ตามหลังจากชุดสืบสวนกองปราบฯได้ออกกดดันอย่างหนัก ที่สุดทางญาติของ นางจุรี จึงประสานแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า นางจุรี สำนึกผิดและจะขอเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบ

ด้านนางจุรี ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เพราะถูกใส่ร้ายและไม่ได้เป็นผู้จ้างวาน นายนรินทร์ มือปืนให้ไปก่อเหตุสังหาร น.ส.ริ้วแพร ว่าที่ลูกสะใภ้แต่อย่างใด ซึ่งตนไม่ได้รู้จักกับนายนรินทร์ มาก่อน ส่วนกรณีการแจ้งความเท็จในการขอออกใบมรณะบัตรนั้นไม่ขอกล่าวถึงเพราะเรื่องนี้ผ่านมานานแล้ว

ขณะที่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากมีพยานหลักฐานแน่ชัดและคดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว โดยหลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทั้งกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ริ้วแพร และกรณีการแจ้งความเท็จจนมีการออกใบมรณะบัตรจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ส่วน นางจุรี ได้คุมตัวส่งศาลจังหวัดสงขลาเพื่อคุมขังต่อไป

ตำรวจระบุว่า พนักงานสอบสวนเตรียมพิจารณาเชิญตัว นายสมพจน์ นวลพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นผู้รับรองการเสียชีวิตของ นางจุรี มาสอบปากคำ

นอกจากนี้ก็จะเรียกให้ นายอาคม ตรงอิทธิกุล หรือ “โกคิ้ม” หัวหน้ามูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ผู้ร่วมขบวนการนำหนังสือรับรองการเสียชีวิตของนางจุรี ไปให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดมณีสพ และให้ น.ส.รัศมี จันทร์งาม บุตรสาวของนางจุรี นำไปยื่นเป็นหลักฐานการตายแสดงต่อศาลจังหวัดสงขลา มาสอบปากคำเพื่อขยายผลทางคดีต่อไป

ภาพ http://www.tnamcot.com/content/333846

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย