
หนุ่มร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกอส.ซ้อมโหด
นครศรีธรรมราช-หนุ่มโดนอส.ท่าศาลาซ้อมพาทนายร้องศูนย์ดำรงธรรมยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
นครศรีธรรมราช-หนุ่มโดนอส.ท่าศาลาซ้อมพาทนายร้องศูนย์ดำรงธรรมยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
เมื่อวันที่17พ.ย.58 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเดชณรงค์ แจวสกุล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.9 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้เสียหายกรณีเจ้าหน้าที่ อส.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 ขณะไปเยี่ยมพี่เขยที่ถูกจับกุมคดียาเสพติด พร้อมญาติพี่น้องปละทนายความจำนวนกว่า 30 คน เดินทางเข้าพบนายวีระพรรณ สุขะวัลลิ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีที่ได้แจ้งความในคดีดังกล่าวไว้
ทั้งนี้หลังจากโดนทำร้ายนายเดชณรงค์ฯ ก็ได้แจ้งความที่ สภ.ท่าศาลา และร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีคลิปวีดีโอหลักฐานสำคัญขณะที่ถูก อส.ทำร้ายมายืนยัน โดยได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับปลัดอำเภอท่าศาลา 2 นาย อส.อีก 4 นาย รวม 6 นาย ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หมิ่นประมาท ทำร้ายร่างกาย แจ้งความอันเป็นเท็จ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง และยังยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงต่อชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้
นายเดชณรงค์ฯ กล่าวว่า การมาในครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีถูกปลัดอำเภอและ อส.ทำร้ายร่างกายที่เป็นคดีอยู่ เนื่องจากเห็นว่าเวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้วจึงทำหนังสือมาสอบถามหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าวที่ได้เข้าร้องเรียนไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากโทรมาสอบถามและไม่มีความชัดเจน จึงมายื่นหนังสืออีกครั้ง ซึ่งทางนายวีระพรรณ สุขะวัลลิ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ ก็ได้รับปากและร่วมมือรับเรื่องไว้ และยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าให้โดยเร็ว พร้อมระบุว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับเหตุการณ์ อส.รุมซ้อมนายเดชณรงค์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 ขณะนายเดชณรงค์ เข้าเยี่ยมพี่เขยที่ถูกจับกุมคดียาเสพติดและพบว่าพี่เขยถูกซ้อมจนเป็นรอยช้ำ นายเดชณรงค์ฯ จึงได้ไปสอบถาม ทำให้ อส.คนหนึ่งไม่พอใจได้พูดท้าท้ายให้ไปแจ้งความ นายเดชณรงค์ บอกว่าจะไปแจ้งความและเดินไปที่รถเก๋ง ก่อน อส.คนดังกล่าวจะตามไปชกต่อยและถูกถ่ายคลิปเอาไว้ หลังจากนั้น อส.อีกคนมาควบคุมนายเดชณรงค์ฯ ใส่กุญแจมือแล้วรุมซ้อมอีกครั้งจนบาดเจ็บหัวร้างข้างแตก และมีการแจ้งความกันทั้งสองฝ่ายดังกล่าว
ล่าสุด มีปลัดอำเภอท่าศาลาคนหนึ่งได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอที่จ.อุบลราชธานี จึงมีมือดีนำป้ายผ้าไปติดไว้อยู่ตามสะพานลอย 4 จุด เนื้อหาในป้ายผ้าดังกล่าวนั้นเป็นข้อความที่เสียดสีการทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดของข้าราชการรายนี้ ทำให้มองกันว่าทำงานแบบไม่มีความโปร่งใส.







