
รำลึก ‘ครูบาดวงดี สุภทฺโท’ วัดท่าจำปี
วันก่อนมีโอกาสไปเที่ยว จ.เชียงใหม่ ตั้งใจจะไปกินลมชมดอย สัมผัสอากาศหนาวให้สะใจ
โดย...ขุนอิน
วันก่อนมีโอกาสไปเที่ยว จ.เชียงใหม่ ตั้งใจจะไปกินลมชมดอย สัมผัสอากาศหนาวให้สะใจ หลังอึดอัดฝุ่นควันมลพิษในเมืองกรุงมานานขณะขับรถสายตาได้เหลือบไปเห็นป้ายวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง มือขวาจึงเอื้อมคลำคอเสื้อ ก่อนจะรู้สึกตัวว่า พระเครื่องที่ห้อยบูชาอยู่เป็นเหรียญหลวงปู่ครูบาดวงดี สุภทฺโท เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งล้านนา อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าจำปีแห่งนี้นี่เอง
วัดท่าจำปี ตั้งอยู่ละแวกบ้านท่าจำปี หมู่ 8 ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ อายุเก่าแก่นับร้อยปี แต่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวัดอย่างเมื่อ พ.ศ. 2526 สังกัดมหานิกาย หลังจากครูบาดวงดีซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในขณะนั้นร่วมกับชาวบ้านสร้างอุโบสถขึ้นสำเร็จ
ครูบาดวงดี สุภทฺโท เป็นคนบ้านท่าจำปีโดยกำเนิด อายุ 11 ขวบ ติดตามพ่อแม่ไปถวายภัตตาหารแด่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งท่านเรียกเด็กชายดวงดีเข้าไปหาพร้อมบอกกับพ่อแม่ว่า “กลับไปให้เอาไปเข้าวัดเข้าวา ต่อไปภายหน้าจะได้พึ่งพาไหว้สามัน” ท่านบรรพชาเป็นสามเณรตอนอายุ 13 ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ 21 ปี ติดตามปรนนิบัติรับใช้ครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั่วภาคเหนือ จนกระทั่งมรณภาพใน พ.ศ. 2481 จึงถือว่าเป็นศิษย์เอกรุ่นสุดท้ายของครูบาเจ้าศรีวิชัย
พ.ศ. 2484 ครูบาดวงดีกลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าจำปี ครองตนอย่างเรียบง่าย พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง ขณะเดียวกันยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการอุปถัมภ์บำรุงสร้างถนนหนทาง อุโบสถ วิหาร เจดีย์ สะพาน โรงเรียน โรงพยาบาล มากมายหลายแห่งในหลายอำเภอ
วัดท่าจำปี วัดเล็กๆ ในชนบทที่เงียบสงบ มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาอันวิจิตรอย่างไม่น่าเชื่อ ไล่ตั้งแต่พระอุโบสถ พระเจดีย์เก้ายอด วิหารพุทธไสยาสน์ วิหารไม้สักทอง ศาลาการเปรียญ หอพระไตรปิฎก มณฑป ยันกุฏิสงฆ์ แต่ละอย่างล้วนสะกดสายตาผู้ที่พบเห็นให้ตะลึงไปกับความงามตลอด
แม้หลวงปู่ครูบาดวงดีจะละสังขารเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2553 สิริอายุ 104 ปี พรรษา 83 แต่เมตตาบารมีที่สั่งสมไว้ยาวนานนับศตวรรษ ยังเรียกศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทุกสารทิศให้มากราบสักการบูชามิได้ขาด







