posttoday
Omotenashi Shikoku 16

Omotenashi Shikoku 16

15 พฤศจิกายน 2558

เที่ยวตลาดโบราณยุคไทโชกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คณะของเราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปนี้คือ เมืองโคจิ (Kochi City) เมืองเอกหรืออำเภอเมืองของจังหวัดโคจิ (Kochi Prefecture) และเป็นบ้านเกิดของซามูไรหัวปฏิรูปชื่อดัง Sakamoto Ryoma เมืองนี้มีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจสองสามแห่ง แห่งแรกคือ ปราสาทโคจิ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ยังรักษาสภาพเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ปราสาทแห่งนี้เดิมทีสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1611 เคยถูกไฟไหม้จนราบไปในปี ค.ศ.1727 แต่ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบของเดิมเป๊ะในปี ค.ศ.1753 เลยสามารถเบียดเสียดอยู่ในทำเนียบ 12 ปราสาทดั้งเดิมได้ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ปราสาทญี่ปุ่นต้องหาโอกาสมาเที่ยวเกาะชิโกกุสักครั้ง เพราะมีปราสาทระดับออริจินัลถึง 4 แห่ง ให้ชมกันรวมทั้งปราสาทโคจิแห่งนี้ด้วย ความแตกต่างอีกประการของปราสาทโคจิคือ ปกติปราสาททั่วไปจะไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่ของเจ้าเมือง แต่ที่นี่เจ้าเมืองอาศัยอยู่ในบริเวณปราสาทด้วย เลยยิ่งทำให้น่าสนใจเข้าไปใหญ่ เพราะปราสาทอื่นๆ ไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย แต่ที่นี่มีครบหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีห้องรับรองไว้ใช้รับแขกระดับวีไอพี ที่ยังรักษาส

เที่ยวตลาดโบราณยุคไทโชกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คณะของเราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปนี้คือ เมืองโคจิ (Kochi City) เมืองเอกหรืออำเภอเมืองของจังหวัดโคจิ (Kochi Prefecture) และเป็นบ้านเกิดของซามูไรหัวปฏิรูปชื่อดัง Sakamoto Ryoma เมืองนี้มีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจสองสามแห่ง แห่งแรกคือ ปราสาทโคจิ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ยังรักษาสภาพเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ปราสาทแห่งนี้เดิมทีสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1611 เคยถูกไฟไหม้จนราบไปในปี ค.ศ.1727 แต่ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบของเดิมเป๊ะในปี ค.ศ.1753 เลยสามารถเบียดเสียดอยู่ในทำเนียบ 12 ปราสาทดั้งเดิมได้ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ปราสาทญี่ปุ่นต้องหาโอกาสมาเที่ยวเกาะชิโกกุสักครั้ง เพราะมีปราสาทระดับออริจินัลถึง 4 แห่ง ให้ชมกันรวมทั้งปราสาทโคจิแห่งนี้ด้วย ความแตกต่างอีกประการของปราสาทโคจิคือ ปกติปราสาททั่วไปจะไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่ของเจ้าเมือง แต่ที่นี่เจ้าเมืองอาศัยอยู่ในบริเวณปราสาทด้วย เลยยิ่งทำให้น่าสนใจเข้าไปใหญ่ เพราะปราสาทอื่นๆ ไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย แต่ที่นี่มีครบหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีห้องรับรองไว้ใช้รับแขกระดับวีไอพี ที่ยังรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ และเหลือเพียงแค่แห่งเดียวในบรรดา 12 ปราสาท อีกด้วย

อีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ตลาดฮิโรเมะ (Hirome Ichiba) ทริปนี้เราไปเยือนย่านการค้าและตลาดร้านถิ่นหลายแห่ง แต่ที่ตลาดฮิโรเมะนี่สนุกที่สุดครับ ทุกคนคงมีภาพตลาดไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ที่นี่ขออธิบายง่ายๆ เพื่อให้นึกภาพออกคือ มีร้านเหล้า (Izakaya) หรือศูนย์อาหารที่ตั้งอยู่ใจกลางตลาด เราสามารถหาซื้อของสด ของปรุงสุก เสื้อผ้า และของกระจุกกระจิกได้เหมือนตลาดทั่วไป แล้วยังสามารถนั่งกิน นั่งกินดื่มได้ตั้งแต่เช้ายันดึกข้ามคืนไปถึงอีกเช้าได้ในตลาดแห่งนี้ ตลาดฮิโรเมะเป็นตลาดที่อยู่ในอาคารประมาณตลาดวโรรสที่เชียงใหม่ จึงไม่กลัวฟ้ากลัวฝน แถมเชื่อมต่อกับย่านการค้า (Shotengai) ที่มีหลังคาปกคลุม จึงสะดวกสบายมีลูกค้าหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาใช้บริการกันทั้งวันทั้งคืน ในตลาดแบ่งเป็นซอย มีร้านค้าปะปนกันไม่แยกประเภท แต่ที่โดดเด่นคือโต๊ะเก้าอี้ที่มีวางอยู่ทั่วทุกซอย โดยเฉพาะกลางตลาดมีโต๊ะให้นั่งทานมากเป็นพิเศษ สะดวกตรงไหนหรือถูกใจของร้านไหนก็ซื้อมานั่งทานได้เลย ของกินมีมากมายสารพัด พ่อค้าแม่ค้าปรุงอาหารหลากหลายเมนูมายั่วน้ำลายกันเห็นๆ เช่น เกี๊ยวซ่า ราเม็ง ซูชิ เทมปุระ หรือคัทสึโอะทาทากิที่เผากันสดๆ ก็มีให้ทาน แต่ที่เยอะเป็นพิเศษเห็นจะเป็นของทอดที่ซื้อทานได้ง่าย กินจริงจังก็อิ่ม หรือจะกินแกล้มเหล้าแกล้มเบียร์ก็เข้ากันดี๊ดี มีทั้งไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ไปจนผักทอด หรือรากไม้ทอดก็มี ผมลองไปซื้อมานั่งทานดู รสชาติเข้าท่าแถมราคาไม่แพง อย่างไก่ทอดตกชิ้นละ 70-80 เยน ลูกชิ้นเส้นยาวเกือบฟุตก็แค่ 150 เยน นั่งทานกัน 3-4 คน จ่ายไปไม่ถึง 2,000 เยน รวมเครื่องดื่มด้วย ถูกมากๆ ทานกันอิ่มก็ต้องรีบเผ่นไปสนามบิน เพราะเราจบทริปเกาะชิโกกุกันแค่ที่เมืองโคจิ แต่ยังมีอีกจังหวัดหนึ่งที่ไม่ได้ไปคือโทคุชิมะ เอาไว้มีโอกาสไปเยือนเมื่อไหร่ จะกลับมาเขียนเติมให้ครบ 4 จังหวัดครับ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน