ปศุสัตว์คุมพื้นที่หมู่บ้านลำปางหลังพบโรคระบาดในวัว
ลำปาง - พบโรคระบาดในวัวตายแล้ว 9 ตัว ขณะที่ ปศุสัตว์เข้าควบคุมพื้นที่สั่งห้ามเคลื่อนย้าย
ลำปาง - พบโรคระบาดในวัวตายแล้ว 9 ตัว ขณะที่ ปศุสัตว์เข้าควบคุมพื้นที่สั่งห้ามเคลื่อนย้าย
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่หมู่บ้านทุ่งหลวง ม.5 ต.เมืองยาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแนวป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง นายเพิ่มศักดิ์ วิทยากรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง ได้ตรวจการปฎิบัติหน้าที่ของด่านกักกันสัตว์ลำปาง ที่ประจำอยู่ทางเข้าออกหมู่บ้านทุ่งหลวง หลังจากในพื้นที่หมู่บ้านพบโรคระบาดในวัวของชาวบ้าน ที่เลี้ยงในหมู่บ้านเกิดตายไปถึง 9 ตัว และยังพบวัวมีอาการป่วยอีกจำนวน 7 ตัว ทำให้ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง ต้องเข้าคุมเข้มพื้นที่ และประกาศให้หมู่บ้านดังกล่าวเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ โดยห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกระบือ วัว สุกร แพะ และแกะ ออกจากหมู่บ้านโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย
นายเพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า การประกาศควบคุมพื้นที่ข้างต้น เพื่อเป็นการคุมการระบาดให้อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว ไม่ให้เกิดแพร่เชื้อไปยังพื้นที่อื่น ดังนั้น จึงมีการตั้งด่านกักกันสัตว์ลำปาง ซึ่งเป็นด่านชั่วคราว เพื่อคุมเข้มการเคลื่อนย้าย และมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อกับรถยนต์ที่ออกหมู่บ้านทุกคัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อนำออกสู่ภายนอกด้วย สำหรับหมู่บ้านทุ่งหลวง ที่พบวัวตายลงครั้งนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ว่า เกิดขึ้นจากโรคใด โดยหมู่บ้านแงนี้ ชาวบ้านในพื้นที่มีอาชีพเลี้ยงวัวกันเป็นจำนวนมาก โดยมีชาวบ้านเลี้ยงอยู่กว่า 100 ตัว และมักจะนำเข้าไปเลี้ยงในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง โดยเป็นการเลี้ยงในลักษณะปล่อยทิ้งไว้ให้เดินในป่า
“จากการสอบสวนโรคที่เกิดขึ้น ทราบว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา พบมีวัว จำนวน 3 คอกใหญ่ ซึ่งเป็นวัวที่พึ่งกลับมาจากเลี้ยงในป่า ก่อนป่วยทั้งหมด 16 ตัว และเกิดทยอยตายลงไป รวม 9 ตัว ซึ่งหลังจากทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และอำเภอห้างฉัตร ทราบเรื่อง จึงได้เข้าควบคุมพื้นที่ทันที และประกาศให้หมู่บ้านดังกล่าวเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ โดยห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกระบือ วัว สุกร แพะ และแกะ ออกจากหมู่บ้านโดยเด็ดขาด จากนั้นก็ได้มีการฉีดยาปฎิชีวะนะให้กับวัวที่ป่วยอีก 7 ตัว จนสามารถควบคุมโรคได้ โดยที่ไม่มีวัวตายเพิ่มอีก รวมถึงได้เร่งฉีดยาป้องกันกับวัวอีกกว่า 100 คน ของชาวบ้านที่เลี้ยง ในรัศมี 1 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อกัน”นายเพิ่มศักดิ์กล่าว
ด้าน สาเหตุของโรคนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นโรคชนิดใด โดยอาการของวัวก่อนตายมีอาการหายใจลำบาก ติดชัด จมูกแห้ง ไม่กินอาหาร และบางตัวมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวคล้ายกับโรคคอบวม ทำให้ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง ได้นำชิ้นส่วน และเลือดวัวที่ตายลงไปส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ ที่ศูนย์วิจัย และพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคเหนือตอนบน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อหาเชื้อโรคดังกล่าว ซึ่งหากผลตรวจออกมา จะทำให้ทราบชัดเจนว่าวัวที่ตายลงไป และเกิดโรคระบาดนั้นเกิดขึ้นจากเชื้อโรคใด ส่วนซากของวัวที่ตายลงไปนั้น ได้มีการนำไปทำลายด้วยการฝัง และฉีดยาฆ่าเชื้อโรค







