
พท.-ปชป.ชิงดำ โค้งสุดท้านเลือกตั้งซ่อมสส.เขต6
โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 6 อีกเพียง 6 วันก็จะรู้ผล ระหว่างรัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดง ใครจะชนะเลือกตั้ง
โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 6 อีกเพียง 6 วันก็จะรู้ผล ระหว่างรัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดง ใครจะชนะเลือกตั้ง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
สถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้สิทธิรวม 1.6 หมื่นคน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3.8 แสนคน ซึ่งกรรมการการเลือกตั้งยอมรับว่า สูงมากที่สุดตั้งแต่ที่มีการจัดการเลือกตั้งในเขตนี้
การออกมาใช้สิทธิล่วงหน้าถล่มทลายเช่นนี้มองได้ว่า คนกรุงชานเมืองตื่นตัวต่อการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ด้านหนึ่งเพราะวันเลือกตั้งจริง 25 ก.ค. เป็นช่วงวันหยุดยาว ซึ่งสองพรรคก็มั่นใจในยอดความคึกคัก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.เพื่อไทย ชี้ว่า แบบนี้ก่อแก้วกำลังนอนมา ส่วนประชาธิปัตย์ก็เชื่อมั่น ยิ่งมีคนออกมาใช้สิทธิมากเท่าไร แสดงว่าคนกรุงอยากสะท้อนว่าต้องการให้บ้านเมืองสงบสุขเสียที
กระแสความตื่นตัวเช่นนี้ มีโอกาสให้วันลงคะแนนจริง 25 ก.ค. สร้างสถิติมีผู้มาใช้สิทธิสูงสุดอีกครั้งก็เป็นได้
เพราะศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อยู่ภายใต้บรรยากาศที่ไม่ปกติ เนื่องจากมีขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ พฤษภามหาทมิฬ สดๆ ร้อนๆ ที่ฝ่ายเสื้อแดงและไม่ใช่เสื้อแดงต่างสูญเสีย ทั้งผู้เสียชีวิต 90 คน และการเผาห้างสรรพสินค้า ธนาคาร การป่วนเมืองเผากรุงตามจุดต่างๆ
ขณะเดียวกันก็อยู่ใต้กระแสที่รัฐบาลพยายามสร้างความ “ปรองดองสมานฉันท์” เพื่อฟื้นฟูประเทศไทย ทำให้การจัดการเลือกตั้งอยู่ภายใต้ประกาศ “พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
ผลการเลือกตั้งจะเป็นศึกแห่งสัญลักษณ์สองขั้ว
ขั้วเสื้อแดงส่ง ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เป็นตัวแทนไม่เอาอำมาตย์ ยืนข้างทักษิณ ชินวัตร และคัดค้านการใช้ความรุนแรงที่คนเสื้อแดงต้องเสียชีวิตไปกว่า 70 ราย จุดยืนชัดเจนต่อต้านรัฐบาล ทหาร เพราะเป็นฝ่ายสังหารประชาชน
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง พนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของกษิต ภิรมย์ ลงสมัคร คนที่เลือกพนิชอาจเป็นด้วยหลายเหตุผล
ที่แน่ๆ เป็นแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์ นอกนั้นยังตีความไปถึงกลุ่มที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่เอาความรุนแรง และไม่เอาม็อบเสื้อแดงกับปฏิบัติการเผาเมือง
พรรคประชาธิปัตย์แพ้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะได้เปรียบหลายประตู ทั้งเป็นการเลือกตั้งซ่อมแทน ดร.ทิวา เงินยวง อดีต สส.กทม. เจ้าของพื้นที่เดิมที่เสียชีวิต ยังได้เปรียบที่เป็นรัฐบาล มีอำนาจรัฐ มีผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์
ที่สำคัญ ได้กระแสเผาเมืองช่วย ซึ่งคนกรุงปฏิเสธและแหยงกับแกนนำเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย
ศึกครั้งนี้เป็นการเช็กกระแสสองฝ่าย “ทักษิณเสื้อแดง” กับ “ประชาธิปัตย์รัฐบาล” ในบรรยากาศการปรองดอง ระคนกับการกวาดล้างผู้กระทำผิด
กลยุทธ์เลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา นอกจากเน้นเดินสายเคาะประตูบ้านแบบพนิชโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ผู้ใหญ่ในพรรค เพิ่งมาได้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาช่วยแจกลายเซ็นสัปดาห์ที่แล้วที่แฟชั่นไอส์แลนด์
ที่ต่างจากพรรคเพื่อไทยอย่างเห็นได้ชัด คือ ประชาธิปัตย์กลัวอันตราย จึงไม่เน้นเปิดเวทีปราศรัยเหมือนเพื่อไทยที่ต่อเนื่องทุกวัน ด้วยขุนพลสามก๊กสามค่าย “เฉลิม อยู่บำรุงวิชาญ มีนชัยนันท์จตุพร พรหมพันธุ์”
สำหรับพรรคเพื่อไทยไม่ได้หวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าไร เดิมเป็นแผนแค่ต้องการให้ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกจากคุก แต่เมื่อติดขัดคุณสมบัติผู้สมัคร ก่อแก้ว พิกุลทอง จึงโชคดีได้มาเป็นมวยแทน
ทั้งหลายทั้งปวงยังยึดยุทธศาสตร์เดิมคือ ส่ง “แกนนำเสื้อแดงในคุก” เพื่อใช้เวทีการเลือกตั้งเป็นกระบอกเสียงเชื่อมระหว่าง “เพื่อไทยเสื้อแดง” กับกองเชียร์ที่อยู่ในอารมณ์โศกเศร้า
และใช้ความเป็นผู้สมัคร สส. กดดันให้ศาลประกันตัวก่อแก้วออกจากคุกเพื่อมาหาเสียง ปลุก “พลังเสื้อแดง” ฟื้นขึ้นมา แต่เมื่อเห็นเค้าลางว่าศาลไม่ให้ประกัน จนที่สุดทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต เพราะเกรงก่อแก้วหลบหนี ทุกอย่างเลยผิดแผน
บิ๊กเพื่อไทยจึงปรับแผนให้ สส. แกนนำคีย์แมน ลงพื้นที่ ขึ้นเวทีปราศรัย แม้จะดูคึกคักมีแฟนคลับมาร่วมฟังเป็นพัน แต่คนเพื่อไทยมองว่า “เสียงดี อาจไม่มีคะแนน” เพราะส่วนใหญ่เป็นคุณลุงคุณป้าหน้าเวทีราชประสงค์ที่ติดตามมาฟัง “แดงจตุพร”
การหาเสียงจึงออกจะจืดชืด แปลกประหลาด เพราะไม่ปรากฏตัวผู้สมัคร สส. มีแต่เสียงตามสาย และจดหมายน้อยจากคุก
แต่ก็แผนที่เพื่อไทยต้องการอยู่แล้ว และพร้อมจะเสี่ยง เพราะไม่มีอะไรจะเสีย สำหรับเวทีเลือกตั้งซ่อม ทุกอย่างมีแต่ได้กับได้
แง่ร้ายสุด ถ้าก่อแก้วแพ้ขาดกระจุย ก็จะได้รู้กระแสว่า คนกรุงคิดอย่างไรกับเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทยเวลานี้ จะได้ปรับยุทธศาสตร์ในกรุงเทพฯ ถูก ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า
แต่ถ้า “แพ้แบบเกือบชนะ” ก็นำไปอ้างได้ ขนาดเป็นฝ่ายค้านถูกไล่ล่าอย่างนี้ก็ยังชนะรัฐบาลที่มากด้วยอำนาจและใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุกคามฝ่ายตรงข้าม
หากชนะได้เป็น สส. ขึ้นมา พรรคเพื่อไทยเตรียมปลุกระดมว่า คนกรุงไม่เอารัฐบาลแล้ว ไม่เอาการใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง ไม่เอาการฆ่าประชาชน และคนกรุงไม่เห็นด้วยกับแผนปรองดองอำมหิต ทุกอย่างที่ฝ่ายค้านโจมตีจะนำมาเป็นเหตุผลสำหรับชัยชนะหากจะเกิดขึ้น
ยิ่งถ้าผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเอาชนะอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีได้ ยิ่งตบหน้ารัฐบาลและจะทำให้แกนนำเสื้อแดงเพื่อไทยนำไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ทักษิณ 26 ก.ค. และนำไปเป็นประเด็นใช้ปลุกปั่นในการเดินสายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยและเวทีคอนเสิร์ตเสื้อแดง ซึ่งจะเริ่มในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง สัปดาห์หน้า
กลยุทธ์โค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยจึงเร่งเปิดเวทีเพิ่ม จากหนึ่งเป็นสองในหนึ่งวัน และนัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายวันที่ 23 ก.ค. ที่สวนสยาม เนื้อหาหลักเหมือนเดิม เน้นโจมตีคอร์รัปชัน ใช้อำนาจมิชอบ
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ วางแผนให้ สส. ทุกคนและรัฐมนตรี ผู้ใหญ่ลงพื้นที่พบประชาชนให้หนัก ไม่ว่า ชวน หลีกภัย กรณ์ จาติกวณิช ไตรรงค์ สุวรรณคีรี องอาจ คล้ามไพบูลย์ อภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
แม้จะเป็นต่อ แต่ทุกคะแนนมีความหมาย ชนะไม่พอ ต้องทิ้งขาดให้มากที่สุด เพื่อปิดฝาโลงปากหอยปากปู
ประเมินจนถึงขณะนี้ทั้งผู้สมัครเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ต่างขับเคี่ยวสูสี ชนิดชิงดำ ซึ่งเวลาที่เหลืออยู่จากนี้ไปจนถึงวันที่ 25 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายจะงัดกลยุทธ์อะไรมาเปลี่ยนใจ คนไม่มีสี ในพื้นที่เขต 6 กทม.







