posttoday
สนช.ลงมติฟัน “สมศักดิ์”13 พ.ย. พ้นรมว.ศึกษาธิการ

สนช.ลงมติฟัน “สมศักดิ์”13 พ.ย. พ้นรมว.ศึกษาธิการ

12 พฤศจิกายน 2558

“สมศักดิ์” แถลงปิดคดีร่ำรวยผิดปกติ ระบุ ป.ป.ช.ชี้มูลกำกวม วอนให้ความเป็นธรรม สนช.นัดลงมติ 13 พย.

“สมศักดิ์” แถลงปิดคดีร่ำรวยผิดปกติ  ระบุ ป.ป.ช.ชี้มูลกำกวม วอนให้ความเป็นธรรม สนช.นัดลงมติ 13 พย.

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ตามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามข้อกล่าวหา ร่ำรวยผิดปกติ จากกรณีสร้างบ้านมูลค่า 16 ล้านบาท ที่จ.อ่างทอง โดยเป็นขั้นตอนการแถลงปิดคดีด้วยวาจาของนายสมศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่ ตัวแทน ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา ได้ขอแถลงปิดสำนวนด้วยเอกสาร

นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ญัตติที่ทาง ป.ป.ช.ได้เสนอต่อสนช.เพื่อพิจารณาถอดถอนเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เป็นข้อกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ และการที่ ป.ป.ช.ได้แถลงพร้อมเอกสารเป็นสำนวนสรุปคดีชี้มูล หรือ ข้อกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ โดยข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช.ได้แสดงมาทั้งหมด 164 หน้า ว่าส่วนตัวได้ใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ให้ได้ทรัพย์สินคือบ้านที่ 5/5 ซึ่งใน 164 หน้า ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่พูดถึงการใช้ตำแหน่งให้ได้ทรัพย์สินดังกล่าวมา ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก

ทั้งนี้ เพราะในสำนวนต้องมีรายละเอียดว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรถึงจะสามารถยื่นถอดถอนตนได้ เพราะส่วนตัวได้ยอมรับไปแล้วในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์ไปแล้วว่า เป็นการสำคัญผิด ซึ่งศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยเสร็จสิ้นกระบวนการ และก็ได้รับโทษไปทั้งหมดแล้ว แต่ ป.ป.ช.ได้นำผลของคดีดังกล่าวมาชี้มูลถอดถอนในกรณีร่ำรวยผิดปกติอีก และยังพูดจากำกวมให้สังคม และสมาชิกสนช.เข้าใจผิดว่า ญัตติถอดถอนดังกล่าวเป็นกระบวนการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า คำว่า ร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 58 หมวด 5 ว่าด้วยการถอดถอน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่า ผู้ใดมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อราชการให้วุฒิสภาถอดถอนผู้นั้น แต่ป.ป.ช.กลับได้วินิจฉัยว่า เมื่อครั้งที่เป็น รมว.ศึกษาธิการ ได้มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการใช้ตำแหน่งหน้าที่ ทั้งๆที่บ้านที่ 5/5 ได้มีการซื้อที่ ถมที่ดิน ออกแบบ และดำเนินการก่อสร้าง เมื่อเดือนส.ค. 2541

อย่างไรก็ดี ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศของกรมแผนที่ทหารยืนยัน และสร้างเสร็จภายเดือนเม.ย. 2552 ก่อนที่จะรับดำรงแหน่งรมว.กระทรวงศึกษาธิการในเดือนก.ค. 2542 และด้วยความสุจริตใจ ส่วนตัวก็นำใบเสร็จจำนวน 18 งวด ยอดเงิน 1.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าวัตถุต่อเติมเรือนรับรองเพื่อรับชาวบ้านในพื้นที่ แต่ป.ป.ช.กลับนำหลักฐานดังกล่าวไปเหมารวมว่าเป็นเงินสร้างบ้าน และตีมูลค่าว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท

“นี่คือข้อเท็จจริงและความยุติธรรมที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลแก่ผม ทั้งๆที่ ป.ป.ช.รู้อยู่แล้วว่า เอาผิดผมไม่ได้ แต่กลับเอื้อมไปเอาเงิน 1.4. ล้านบาทที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่ง รวมกับตัวบ้านที่มีทาก่อนรับตำแหน่งมาวินิจฉัยผม จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรม และก็ไม่มีมูล เพราะเมื่อครั้งเป็น รมว.ก็ไม่เคยอนุมัติโครงการใหญ่ๆแม้แต่โครงการเดียว ซึ่งผู้บริหารกระทรวงในขณะนี้ก็ยืนยันแก่ ป.ป.ช.แล้วว่า ไม่เคยมีโครงการใหญ่ๆเลย แล้วผมจะใช้อำนาจหน้าที่ไปหาผลประโยชน์ได้อย่างไร ซึ่งในเอกสารชี้มูลของ ป.ป.ช.ก็ไม่มีแม้แต่คำเดียวว่า ผมทุจริตในขณะที่เป็น รมว.แต่อย่างใด ดังนั้น ผมจึงมั่นใจว่า สนช.จะให้ความเป็นธรรมและใช้วิจารณญาณในการลงมติ และจะเป็นความภูมิใจของสมาชิกสนช.เพราะจะเป็นบันทึกของประวัติทางการเมืองว่า สามารถกำจัดนักการเมืองชั่วให้พ้นจากการเมืองไปตลอดชีวิต แต่ท่านจะภูมิใจยิ่งกว่า หากมติของสนช.จะให้ความเป็นธรรมที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลด้วยข้อหาเช่นนี้ และให้ความเป็นธรรมแก่ผม ลูก เมีย ครอบครัวได้ หากเมตตาก็ปล่อยผมไป อย่าให้ผมต้องตายคาเวทีทางการเมือง ผมยังรักที่รังสรรค์ความงดงามของการเมืองให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ต้องขอน้อมรับการลงมติที่จะชี้ชะตากรรมของผมและครอบครัวในวันพรุ่งนี้” นายสมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายพรเพชร ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะมีการลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนในวันที่ 13 พ.ย. เวลา 10.00 น.ต่อไป

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง