
สนช.ลงมติฟัน “สมศักดิ์”13 พ.ย. พ้นรมว.ศึกษาธิการ
“สมศักดิ์” แถลงปิดคดีร่ำรวยผิดปกติ ระบุ ป.ป.ช.ชี้มูลกำกวม วอนให้ความเป็นธรรม สนช.นัดลงมติ 13 พย.
“สมศักดิ์” แถลงปิดคดีร่ำรวยผิดปกติ ระบุ ป.ป.ช.ชี้มูลกำกวม วอนให้ความเป็นธรรม สนช.นัดลงมติ 13 พย.
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ตามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามข้อกล่าวหา ร่ำรวยผิดปกติ จากกรณีสร้างบ้านมูลค่า 16 ล้านบาท ที่จ.อ่างทอง โดยเป็นขั้นตอนการแถลงปิดคดีด้วยวาจาของนายสมศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่ ตัวแทน ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา ได้ขอแถลงปิดสำนวนด้วยเอกสาร
นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ญัตติที่ทาง ป.ป.ช.ได้เสนอต่อสนช.เพื่อพิจารณาถอดถอนเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เป็นข้อกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ และการที่ ป.ป.ช.ได้แถลงพร้อมเอกสารเป็นสำนวนสรุปคดีชี้มูล หรือ ข้อกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ โดยข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช.ได้แสดงมาทั้งหมด 164 หน้า ว่าส่วนตัวได้ใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ให้ได้ทรัพย์สินคือบ้านที่ 5/5 ซึ่งใน 164 หน้า ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่พูดถึงการใช้ตำแหน่งให้ได้ทรัพย์สินดังกล่าวมา ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก
ทั้งนี้ เพราะในสำนวนต้องมีรายละเอียดว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรถึงจะสามารถยื่นถอดถอนตนได้ เพราะส่วนตัวได้ยอมรับไปแล้วในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์ไปแล้วว่า เป็นการสำคัญผิด ซึ่งศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยเสร็จสิ้นกระบวนการ และก็ได้รับโทษไปทั้งหมดแล้ว แต่ ป.ป.ช.ได้นำผลของคดีดังกล่าวมาชี้มูลถอดถอนในกรณีร่ำรวยผิดปกติอีก และยังพูดจากำกวมให้สังคม และสมาชิกสนช.เข้าใจผิดว่า ญัตติถอดถอนดังกล่าวเป็นกระบวนการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า คำว่า ร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 58 หมวด 5 ว่าด้วยการถอดถอน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่า ผู้ใดมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อราชการให้วุฒิสภาถอดถอนผู้นั้น แต่ป.ป.ช.กลับได้วินิจฉัยว่า เมื่อครั้งที่เป็น รมว.ศึกษาธิการ ได้มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการใช้ตำแหน่งหน้าที่ ทั้งๆที่บ้านที่ 5/5 ได้มีการซื้อที่ ถมที่ดิน ออกแบบ และดำเนินการก่อสร้าง เมื่อเดือนส.ค. 2541
อย่างไรก็ดี ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศของกรมแผนที่ทหารยืนยัน และสร้างเสร็จภายเดือนเม.ย. 2552 ก่อนที่จะรับดำรงแหน่งรมว.กระทรวงศึกษาธิการในเดือนก.ค. 2542 และด้วยความสุจริตใจ ส่วนตัวก็นำใบเสร็จจำนวน 18 งวด ยอดเงิน 1.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าวัตถุต่อเติมเรือนรับรองเพื่อรับชาวบ้านในพื้นที่ แต่ป.ป.ช.กลับนำหลักฐานดังกล่าวไปเหมารวมว่าเป็นเงินสร้างบ้าน และตีมูลค่าว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท
“นี่คือข้อเท็จจริงและความยุติธรรมที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลแก่ผม ทั้งๆที่ ป.ป.ช.รู้อยู่แล้วว่า เอาผิดผมไม่ได้ แต่กลับเอื้อมไปเอาเงิน 1.4. ล้านบาทที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่ง รวมกับตัวบ้านที่มีทาก่อนรับตำแหน่งมาวินิจฉัยผม จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรม และก็ไม่มีมูล เพราะเมื่อครั้งเป็น รมว.ก็ไม่เคยอนุมัติโครงการใหญ่ๆแม้แต่โครงการเดียว ซึ่งผู้บริหารกระทรวงในขณะนี้ก็ยืนยันแก่ ป.ป.ช.แล้วว่า ไม่เคยมีโครงการใหญ่ๆเลย แล้วผมจะใช้อำนาจหน้าที่ไปหาผลประโยชน์ได้อย่างไร ซึ่งในเอกสารชี้มูลของ ป.ป.ช.ก็ไม่มีแม้แต่คำเดียวว่า ผมทุจริตในขณะที่เป็น รมว.แต่อย่างใด ดังนั้น ผมจึงมั่นใจว่า สนช.จะให้ความเป็นธรรมและใช้วิจารณญาณในการลงมติ และจะเป็นความภูมิใจของสมาชิกสนช.เพราะจะเป็นบันทึกของประวัติทางการเมืองว่า สามารถกำจัดนักการเมืองชั่วให้พ้นจากการเมืองไปตลอดชีวิต แต่ท่านจะภูมิใจยิ่งกว่า หากมติของสนช.จะให้ความเป็นธรรมที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลด้วยข้อหาเช่นนี้ และให้ความเป็นธรรมแก่ผม ลูก เมีย ครอบครัวได้ หากเมตตาก็ปล่อยผมไป อย่าให้ผมต้องตายคาเวทีทางการเมือง ผมยังรักที่รังสรรค์ความงดงามของการเมืองให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ต้องขอน้อมรับการลงมติที่จะชี้ชะตากรรมของผมและครอบครัวในวันพรุ่งนี้” นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายพรเพชร ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะมีการลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนในวันที่ 13 พ.ย. เวลา 10.00 น.ต่อไป







