วัดที่เล็กที่สุดในโลก
คนเมืองน่านบอกว่า วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยและในโลกคือ วัดน้อย ที่ตั้งอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์เมืองน่าน เป็นโบราณสถานที่มีคุณสมบัติความเป็นวัดครบถ้วน แต่มีขนาดเล็กมาก จนคนเข้าไปในโบสถ์ไม่ได้ วัดนี้ไม่มีกุฏิ และไม่มีพระสงฆ์อยู่
คนเมืองน่านบอกว่า วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยและในโลกคือ วัดน้อย ที่ตั้งอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์เมืองน่าน เป็นโบราณสถานที่มีคุณสมบัติความเป็นวัดครบถ้วน แต่มีขนาดเล็กมาก จนคนเข้าไปในโบสถ์ไม่ได้ วัดนี้ไม่มีกุฏิ และไม่มีพระสงฆ์อยู่
ผมไปเที่ยวเมืองน่านมา ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปที่นั่น เพราะเคยไปมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ต้องยอมรับว่าความรู้สึกของทั้งสองครั้งแตกต่างกันมาก ครั้งแรกไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ น่านในขณะนั้นเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากจังหวัดเล็กๆ ทั่วไปที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก
ในวันนี้ น่านได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวไปแล้ว ผมเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีน้อย ต่างจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอย่างภูเก็ต พัทยา และหัวหิน หรือหัวเมืองใหญ่ทางเหนืออย่างเชียงใหม่
น่านยังรักษาภาพลักษณ์ของประเพณีวัฒนธรรมไทยเอาไว้ได้ดีกว่าที่อื่น ไม่มีตึกสูงๆ รกสายตา ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน หลัง 2 ทุ่ม คนที่ยังไม่อยากเข้าบ้านจะเหลือที่ไปไม่กี่ที่ หนึ่งในนั้นคือร้านขนมหวานของป้านิ่ม ซึ่งผมก็ไปกับคณะ ไปนั่งดูคนอื่นกินบัวลอยไข่หวานกัน ที่ชอบมากอีกประการหนึ่งคือ แม้จะยังมีคนหากินกับวัดอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก และไม่ถึงกับรบกวนหรือสร้างความรำคาญให้กับผู้แสวงหาความสงบ
ทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจกันของหลายฝ่าย เพื่อรักษาน่านไว้ไม่ให้ความเสื่อมทรามและความเสื่อมโทรมเข้าไปเกาะกิน เป็นเรื่องที่ผมขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ
เสน่ห์ของเมืองน่านไม่ได้มาจากความยิ่งใหญ่หรือพลังดึงดูดของจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นความผสมกลมกลืนของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หลายอย่าง น่านเป็นเมืองเก่า อายุกว่า 700 ปี แม้ในประวัติศาสตร์จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าสุโขทัยหรือเชียงใหม่ แต่ก็เต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีพระธาตุและวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ มีจิตรกรรมบนฝาผนังที่งดงาม รวมทั้งภาพที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยี่ยมชม นั่นก็คือภาพคุณปู่กระซิบรักกับคุณย่า มีงานประเพณี เช่น การแข่งเรือ ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงที่ผมอยู่ที่นั่น มีธรรมชาติที่สวยงาม รายล้อมด้วยทิวเขา มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง เป็นที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวไปเฝ้าดูทะเลหมอก มีอากาศดี แม้กลางวันจะค่อนข้างร้อน แต่ช่วงเช้ากับเย็นเหมาะกับการเดินเล่นและการปั่นจักรยาน
นอกจากจะอยากสนับสนุนให้คนไปเที่ยวน่านกันมากๆ แล้ว ยังมีประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงน่านเป็นพิเศษ ดังนี้
เรื่องแรก บทบาทของภาคเอกชน มีเสียงร่ำลือตั้งแต่ก่อนผมไปครั้งล่าสุดว่า มีเศรษฐีนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ ไปหลงเสน่ห์เมืองน่าน และมีส่วนอย่างมากในการผลักดันและพัฒนาน่านจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเมื่อผมได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ก็รู้สึกว่าน่าจะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อย
มีสาขาธนาคารแห่งหนึ่งที่ อ.ปัว ซึ่งสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เห็นเพียงลวดลายแกะสลักบนเสาไม้สักที่อยู่ด้านหน้า ผมก็เชื่อทันทีว่าค่าก่อสร้างคงไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท คำถามเบื้องต้นเชิงธุรกิจคือ อีกกี่ปีจึงจะได้ทุนคืน แต่ถ้ามองผลตอบแทนในภาพรวม ผมเชื่อว่าคุ้มค่ากัน เพราะอย่างน้อยก็เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาดู
ในตัวเมืองน่าน คณะของเราพักที่โรงแรมพูคาน่านฟ้า เป็นอาคารไม้ 3 ชั้น สร้างมานานแล้ว แต่ได้รับการปรับปรุงจนทันสมัยน่าอยู่ มีห้องพักทั้งหมดเพียงสิบกว่าห้อง ผมอยู่ชั้น 3 หน้าห้องมีป้ายติดว่าห้องกฤษณา อโศกสิน ภายในมีชั้นหนังสือที่เรียงรายด้วยนวนิยายของนักเขียนชื่อดังท่านนี้ แต่ละเล่มเมื่อเปิดดู จะเห็นลายเซ็นของผู้เขียนมอบหนังสือให้โรงแรมเพื่อความบันเทิงของผู้เข้าพัก
ทราบว่าที่ชั้น 2 มีห้องพักอีกห้อง ชื่อห้องทมยันตี
มีเรื่องกึ่งตลกเกี่ยวกับโรงแรมนี้เกิดขึ้นในช่วงบ่าย ขณะที่ผมกำลังยืนชมทิวทัศน์จากลานพระธาตุแช่แห้ง ผมได้ยินคนข้างๆ คุยกันว่าโรงแรมแห่งนี้แต่ก่อนค่าห้องคืนละไม่กี่ร้อยบาท พอมีเศรษฐีจากกรุงเทพฯ มาเทกโอเวอร์และปรับปรุงใหม่ ค่าห้องก็แพงขึ้นนับสิบเท่า ผมเกือบอดใจไม่ไหว อยากอธิบายให้หนุ่มสาวคู่นั้นฟังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรของน่าน เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของน่านในภาพรวม ทำให้ได้นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังซื้อสูงขึ้น คนเหล่านี้ยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความประทับใจที่ได้รับ จะเห็นได้จากการมีคนเข้าพักเต็มเกือบตลอดเวลา ส่วนคนที่ต้องการห้องพักราคาไม่แพง ก็มีที่อื่นให้เลือกกระจายอยู่ทั่วไป จำนวนมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
เรื่องที่สอง บทบาทของภาครัฐ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าภาครัฐเองก็มีส่วนอย่างมากในการพัฒนาน่านให้กลายเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว เห็นได้ชัดจากความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความปราศจากแหล่งเสื่อมโทรม การบำรุงรักษาวัดวาอารามและโบราณสถานต่างๆ ตลอดจนการรักษาผืนป่าและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
น่านเป็นเมืองที่อยู่สุดเขตแดนไทย ทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับลาว เป็นเมืองปิด มีภูเขาล้อมรอบ ทำให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก ไม่มีทางรถไฟ ผมเข้าใจว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาทางเครื่องบิน ผมเข้าใจเอาเองอีกเช่นกันว่า การพัฒนาน่านให้เป็นเมืองท่องเที่ยวประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย ทำให้เที่ยวบินเต็มเกือบจะทุกเที่ยว ต้องจองตั๋วล่วงหน้ากันเป็นเดือน โรงแรมที่พักก็ต้องจองล่วงหน้าเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะรับนักท่องเที่ยวเต็มที่เท่าที่จะรับได้แล้ว แต่ในเชิงมหภาคเชื่อว่าน่านยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญค่อนข้างน้อย ผมจึงอยากเสนอให้ขยายขีดความสามารถในการรับนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นอย่างน้อยอีกหลายเท่า โดยยังคงรักษาภาพลักษณ์ของความบริสุทธิ์ปราศจากแหล่งเสื่อมโทรมต่อไป
ที่สำคัญคือเรื่องสนามบิน ปัจจุบันเป็นสนามบินขนาดเล็ก รันเวย์สั้นเครื่องบินขนาดใหญ่ลงไม่ได้ ทำให้มีแต่เครื่องขนาดเล็กของสายการบินโลว์คอสต์ ซึ่งฐานในกรุงเทพฯ อยู่ที่สนามบินดอนเมือง ไม่มีเที่ยวบินของการบินไทยที่มาจากสุวรรณภูมิ ทำให้น่านอยู่นอกเส้นทางหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ผมอยากเห็นการรีบขยายรันเวย์ พร้อมกับการส่งเสริมให้เอกชนลงทุนสร้างโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอนุญาตให้สร้างตึกสูง แต่อาจให้ทำในแนวราบเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
เรื่องสุดท้าย ผมเห็นประโยชน์จากการส่งเสริมให้ธุรกิจเอกชนหันมาใส่ใจเรื่องศิลปวัฒนธรรม ไม่เฉพาะที่น่านนะครับ ผมหมายถึงทั่วประเทศ โดยรัฐควรหาวิธีชดเชยเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ หากทำได้ บ้านเมืองเราอาจเต็มไปด้วยสีสันและจุดที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ


