posttoday
เวทีร้อน

เวทีร้อน

12 พฤศจิกายน 2558

ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า โฟกัสของโลกน่าจะพุ่งเป้าตรงกันไปที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะบรรดาผู้นำคนสำคัญของโลกจะไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ซึ่งรวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยเราด้วย

ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า โฟกัสของโลกน่าจะพุ่งเป้าตรงกันไปที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะบรรดาผู้นำคนสำคัญของโลกจะไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ซึ่งรวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยเราด้วย

แต่ยังไม่ทันที่ บารัก โอบามา จะได้มาเจอกับ สีจิ้นผิง บนเวทีนี้ในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของโลก รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน หวังยี่ ก็บินไปถึงกรุงมะนิลาก่อนแล้วในสัปดาห์นี้

เป็นการบินไปล่วงหน้าเพื่อล็อบบี้ทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า เวทีเอเปกสัปดาห์หน้านี้คือเวทีเศรษฐกิจเป็นหลักที่ไม่ควรจะมีวาระเรื่องร้อนๆ ในทะเลจีนใต้หลุดรอดเข้าไป

หวังยี่ ได้แถลงตรงจากฟิลิปปินส์ว่า การที่รัฐบาลกรุงมะนิลานำกรณีพิพาทกันในทะเลจีนใต้ไปฟ้องศาลโลก ที่กรุงเฮกนั้น รังแต่จะยิ่งผูกปมสร้างเงื่อนไขในความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ฟิลิปปินส์ให้ถดถอยลง และคาดหวังว่าจะเห็นฟิลิปปินส์เป็นผู้คลายปมเงื่อนนี้เอง

นอกจากต้องล็อบบี้ไม่ให้เวทีนี้กลายเป็นเวทีรุมสกรัมจีน โดยมีสหรัฐเป็นแกนนำแล้ว ในอีกด้านหนึ่งจีนก็ยังต้องเดินหน้าเสนอแผนเศรษฐกิจของตัวเองออกมา เพื่อพยายามคานกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ของ 12 ชาติภาคีสมาชิก ที่เพิ่งมีการเปิดเผยข้อมูลฉบับเต็มกันออกมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย

ในครั้งนี้จีนเตรียมเสนอข้อตกลงที่ตัวเองเป็นคนร่างเองบ้าง ในชื่อว่าข้อตกลงการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) โดยย้ำว่ามีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าทีพีพี 12 ประเทศเสียอีก และคาดว่าจะเป็นเอฟทีเอพหุภาคีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะรวมเขตเศรษฐกิจ 21 ชาติในเอเปกเอาไว้หมด จะมีขนาดมากกว่า 50% ของจีดีพีโลกและครอบคลุมการค้าทั่วโลกถึงเกือบครึ่ง

เป็นการเสนอข้อตกลงเอฟทีเอพหุภาคีใหม่ โดยที่ไม่มีการกล่าวถึงความตกลงพันธมิตรเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป : RCEP) ที่หลายประเทศในอาเซียนเคยเรียกร้องถึงแม้แต่น้อย ทั้งที่อาร์เซ็ปมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจริงได้มากกว่า เพราะเป็นการ
ต่อยอดมาจากข้อตกลงในกรอบอาเซียนบวก 6 ที่มีอยู่ ทำให้หลายฝ่ายไม่ค่อยจะแน่ใจว่าจีนจะพลิกเกมการค้าที่เพลี่ยงพล้ำให้สหรัฐในเวลานี้ได้อย่างไรกันแน่

ที่จริงแล้วจีนเองเคยเสนอแผนเอฟทีเอเอพีมาตั้งแต่การประชุมเอเปกเมื่อปีที่แล้ว แต่กลับไม่มีใครสนใจและจีนก็ไม่เคยระบุถึงข้อตกลงดังกล่าวอีกเลย จนกระทั่งในสัปดาห์นี้หลังจากที่ทั่วโลกหันความสนใจไปยังทีพีพี ที่นำโดยสหรัฐ

ต้องจับตากันยาวๆ ล่ะค่ะว่า พี่ใหญ่รายนี้จะกลับมาเดินเกมชิงความได้เปรียบการค้าและการเมืองในภูมิภาคได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ