posttoday
ไทยลุยพัฒนาการค้าชายแดน

ไทยลุยพัฒนาการค้าชายแดน

10 พฤศจิกายน 2558

บลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลไทยกำลังจะเปลี่ยนชายแดนที่เคยเป็นเขตสู้รบ ให้กลายเป็นตลาดการค้าชายแดนที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่ของกลุ่มกบฏชาวกะเหรี่ยง การลักลอบค้าปืน ฝิ่น ไม้ และอัญมณี รวมทั้งการค้ามนุษย์ ให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยสร้างแรงจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษี ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลไทยกำลังจะเปลี่ยนชายแดนที่เคยเป็นเขตสู้รบ ให้กลายเป็นตลาดการค้าชายแดนที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่ของกลุ่มกบฏชาวกะเหรี่ยง การลักลอบค้าปืน ฝิ่น ไม้ และอัญมณี รวมทั้งการค้ามนุษย์ ให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยสร้างแรงจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษี ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน

ทว่า การปรับลดภาษีอย่างเดียวคงยังไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงระดมทุนจากการขายพันธบัตรและเงินทุนจากส่วนต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในระยะเวลา 7 ปี โดยการลงทุนนั้นมีมูลค่ากว่า 8.3 หมื่นล้านบาท

แนวความคิดดังกล่าวยังรวมไปถึงการใช้เงินราว 2,400 ล้านบาท ในการลงทุนไปยังจีนและอินเดีย ซึ่งเป็น 2 ประเทศที่เป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียด้วย

ไทยนับว่าเป็นศูนย์กลางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไม่ว่าจะเป็นระยะทางของไทยกับจีนที่ห่างกันเพียง 200 กิโลเมตร โดยแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก นับว่าเป็นทางเชื่อมต่อสายสำคัญของทั้งสองประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาซึ่งมีสะพานเศรษฐกิจเชื่อมไปยังอินเดีย

ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูการค้าชายแดนนับว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ ด้วยการยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านให้เพิ่มมากขึ้นเป็น 2-3 เท่า

ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2015 นี้ การค้าชายแดนของไทยกับเมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว ปรับเพิ่มขึ้นไปมาก โดยตัวเลขส่งออกขยายตัวถึง 8.1% อยู่ที่ราว 5.1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 10% จากการส่งออกทั้งหมดของประเทศ โดยการค้าชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก นั้นอยู่ที่ 71 ล้านบาท ปรับเพิ่มถึง 250% จากช่วง 3 ปีก่อนหน้า

เขตเศรษฐกิจพิเศษอาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเอเชีย เพราะช่วงทศวรรษ 80 จีนได้เดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษถึง 5 แห่ง รวมถึงในเมืองเสิ่นเจิ้น ซึ่งเป็นเมืองชายแดนริมฝั่งตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง และกลายมาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดแล้ว หากเทียบกับ อ.แม่สอด ที่อยู่ใกล้กับเมียนมาเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น ก็คาดว่าพื้นที่การค้าชายแดนแห่งนี้น่าจะกลายมาเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างเมืองเสิ่นเจิ้นไม่ยากนัก

ในปี 2015 นี้ ธนาคารโลกคาดว่าเมียนมาซึ่งเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 8.5% หรือโตได้เร็วกว่าจีนและอินเดีย โดยการค้าชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ของไทย และย่างกุ้งของเมียนมา รวมทั้งการวางแผนสร้างทางรถไฟแนวตะวันออก-ตะวันตก และโครงข่ายเส้นทางที่เชื่อมต่อไปท่าเรือของเวียดนามในเมืองดานัง กับอินเดีย ย่อมส่งผลดีกับเศรษฐกิจลาว ไทย และเมียนมาด้วย

รศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้ในวันนี้แม่สอดจะเป็นเพียงอำเภอหนึ่ง แต่ในอนาคตจะกลายมาเป็นเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69