
เห็นพ้องกับ‘บิ๊กตู่’ อย่าใช้กฎหมู่...ทำ‘เสียของ’
โดย...ไพรัช วรปาณิ กรรมการอัยการ
โดย...ไพรัช วรปาณิ กรรมการอัยการ
ผู้เขียนเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ที่ออกมาย้ำให้ใส่เกียร์เดินหน้าลุยประมูล 4จี อย่างเต็มพิกัด พร้อมประกาศลั่นว่าใครขวางผิดกฎหมาย! ถ้าใครอยากฟ้องก็ฟ้องไป แต่ต้องอยู่ในกรอบ อย่าใช้กฎหมู่ โดยเฉพาะกับคำกล่าวที่ต้องใจคือ...ต้องยันค่าบริการที่ถูกลง และไม่ผูกปัญหาภาระไว้กับประชาชน
จากเหตุการณ์กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ บริษัท ทีโอที โดย พงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี รองประธานฯ เป็นแกนนำ ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการจัดประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 900 Mhz โดยเดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลขาธิการ กสทช. และอดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และพวก 25 คน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวฮือฮาในขณะนี้
กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาของประชาชนผู้อยากมีโอกาสใช้ระบบ 4จี และนักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องเหมาะสมเพียงใด?
ด้วยสัญเจตนาที่ยึดมั่น “ความเป็นกลาง” ในการเขียนบทวิเคราะห์วิจารณ์ของผู้เขียน และการตั้งอยู่บนความเห็นอกเห็นใจพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เนื่องเพราะมีความรู้สึกเดือดร้อนอาจกระทบต่อประโยชน์แห่งตน หรือบริษัท ทีโอที ที่ตนสังกัด ถ้าปล่อยให้ กสทช.เอาคลื่นความถี่ 900 Mhz ไปประมูลแล้วนำเงินเข้ารัฐโดยทีโอทีเสียประโยชน์
ทั้งนี้ โดยที่ประเทศไทยใช้ระบบปกครองแบบ “นิติรัฐ” การจะดำเนินการใดๆ อันอาจละเมิดกฎหมายบ้านเมือง สมควรและเหมาะสมหรือไม่?
การใดควร การใดมิควร จึงจำต้องพิเคราะห์ พิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วยการชั่งน้ำหนักความหนักเบาแห่งกรณีว่า การใช้กฎหมู่มากดดัน ขัดขวาง หรือยับยั้งการประมูล 4จี ซึ่ง กสทช.กำลังดำเนินการตามเป้าหมายที่รัฐบาลใกล้จะลุล่วงแล้วนั้น ควรหรือไม่อย่างไร? เป็นการนำพาองค์กรสหภาพแรงงานในทางที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกพิจารณาเปลี่ยนแปลงในอนาคตหรือไม่? จึงเป็นประเด็นที่ควรแก่การไตร่ตรองใคร่ครวญอย่างรอบด้านด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ
จะเห็นได้ว่าผู้นำประเทศที่ใช้อำนาจเด็ดขาดอย่าง “บิ๊กตู่” ที่มีความตั้งใจเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศด้วยความมุ่งมั่น และได้ลั่นวาจาอันหนักแน่นว่าต้องใส่เกียร์เดินหน้า “ลุย” ประมูล 4จี ให้สำเร็จตามนโยบายของรัฐ ผู้ใดมีความเห็นต่างต้องเดินอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่าใช้กฎหมู่เป็นอันขาด เพราะการสั่งให้เปิดการประมูลดังกล่าวนั้น มิเพียงแต่เป็นการทำรายได้เข้ารัฐเพื่อการพัฒนาประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ประชาชนต้องเป็นผู้ได้รับประโยชน์อีกด้วย ค่าใช้จ่ายจะต้อง “ถูกลง” รัฐจะต้องมีรายได้ “สูงขึ้น” นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเอารายได้สูงเพียงอย่างเดียว ก็จะเป็นภาระผูกปัญหาไว้กับประชาชนผู้ใช้บริการ
พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำอีกว่า นโยบายของรัฐต้องเดินหน้าประมูลให้ได้ ส่วนการฟ้องร้องเป็นเรื่องของกฎหมายก็ดำเนินไป แต่จะตัดสินเมื่อใดนั้นตนไม่รู้ หากตัดสินมาแล้วจะแพ้หรือชนะอย่างไรนั้นก็ไม่มีปัญหา สำหรับการประมูล ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันแล้ว ซึ่งได้มีการอธิบายว่า ถ้าฟ้องร้องแล้วจะได้หรือไม่ได้อย่างไร? ถ้าเขาทำก็ทำไป เป็นสิทธิของเขา แต่ตนอยากจะให้ประมูล ค่าใช้จ่ายของประเทศไม่ใช่ไปรีด แต่มันควรเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่อิสระมากนัก ยังไงก็ประมูลแน่ และใครขัดขวางก็ผิดกฎหมาย ประมูลก็เรื่องของประมูล คุณฟ้องก็ฟ้องไป
ถ้าฟ้องจะใช้กฎหมายก็ใช้กฎหมาย...อย่ามาใช้กฎหมู่กับผมเท่านั้นเอง!! การประมูลไม่ใช่เอารายได้เข้ารัฐอย่างเดียว แต่ประชาชนต้องเป็นผู้ได้รับประโยชน์ด้วย
จากการที่ผู้เขียนเคยเรียนรู้กฎหมายมาบ้าง ยังมองด้วยความเป็นห่วงว่า การที่สหภาพแรงงานจะดำเนินการฟ้องร้องในเรื่องเกี่ยวกับคลื่นความถี่ 900 Mhz ซึ่งกำลังเป็นประเด็นปัญหาโต้แย้งสิทธิระหว่างบริษัท ทีโอที กับ กสทช. แต่กลับเป็นสหภาพแรงงานมาเป็นผู้ฟ้องร้องนั้นจะเข้าหลักเกณฑ์เป็นผู้เสียหายโดยตรงตามนัยแห่งกฎหมายหรือไม่?
สหภาพฯ มิใช่นิติบุคคล มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ตลอดจนการใช้สิทธิด้วยความสุจริตตามกฎหมายหรือไม่เพียงใด ล้วนเป็นประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติ หากไม่คำนึงหลักกฎหมายให้ชัดเจนแม่นมั่น การดำเดินการฟ้องร้องในครั้งนี้ก็จะเป็นการสูญเปล่า โดยไม่ก่อเกิดประโยชน์แก่ฝ่ายใดเลย ซ้ำจะทำให้องศ์กรแรงงาน ซึ่งกำลังลำบากอยู่แล้วต้องถูกมองด้วยสายตาในทางลบจากรัฐบาลและประชาชนผู้ใฝ่จะได้ใช้ระบบ 4จี อีกด้วย
ประเด็น สหภาพแรงงาน บริษัท ทีโอที มีสิทธิฟ้องร้องหรือไม่? ผู้เขียนขอยกฎีกาที่ใกล้เคียงมาประกอบการศึกษา คือฎีกาที่ 882/2504 บริษัท เฮลรีวอท์ ฟ้อง หจก.ห้างขายยาซินเซีย เป็นจำเลย โดยโจทก์อ้างว่าได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จำหน่ายยาของบริษัท ปาร์คเดวิสแห่งสหรัฐอเมริกา แต่ผู้เดียวในประเทศไทย จำเลยสั่งซื้อยา “โครโรไมเซติน” ซึ่ง บริษัท ปาร์คเดวิส เป็นผู้ผลิตจากฮ่องกงเข้ามาจำหน่าย โจทก์ฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเสียหายแก่การทำมาหารายได้ของบริษัทโจทก์ ทำให้โจทก์ขายได้น้อยขาดกำไรที่ควรได้ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายและให้จำเลยทำลายยาที่สั่งเข้ามาเสียด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ฟังว่าโจทก์ได้รับมอบหมายให้จำหน่ายยานี้ในประเทศไทยจาก บริษัท ปาร์คเดวิส ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับบริษัท การที่โจทก์ได้รับแต่งตั้งเช่นว่านี้ สิทธิของโจทก์เกิดจากสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างโจทก์กับบริษัท ปาร์คเดวิส เป็นสิทธิกันเอง ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์เหนือคนทั่วไป และประเด็นสิทธิโจทก์อ้างนี้บังคับผู้อื่นให้ต้องเคารพต่อสิทธิโจทก์หรือไม่? ศาลเห็นว่าสองคนตกลงกันแล้วจะบังคับคนอื่นให้ปฏิบัติตามไม่ได้ ไม่มีกฎหมายรองรับคุ้มครอง ฟ้องของโจทก์จึงไม่มีมูลที่จะว่ากล่าวกับจำเลย
อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลและ กสทช.ได้กำหนดวันเวลาจัดประมูลเป็นที่แน่นอนแล้ว คือ ประมูล 1800 Mhz ในวันที่ 11 พ.ย. และ 900 Mhz ในวันที่ 15 ธ.ค. 2558 นี้ โดย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ ได้กล่าวอย่างมั่นใจว่า กสทช.มีความพร้อมในการเปิดประมูล 99.99% พร้อมกับการยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก แม้จะมีการฟ้องร้องจากทีโอทีและ กสท. เพราะมั่นใจว่าการดำเนินการในครั้งนี้ไม่ขัดกฎหมาย กสทช. จะทำให้รัฐ-ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด และจะดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมโปร่งใส โดยดูแลไม่ให้มีการ “ฮั้ว” ประมูลเป็นแน่
เมื่อได้พิเคราะห์ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของรัฐบาลและ กสทช. ที่ให้ความสำคัญการประมูลในครั้งนี้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่ารัฐบาลคงต้องเดินหน้าเต็มพิกัดอย่างไม่พะวง โดยเฉพาะคงไม่ยอมปล่อยให้สหภาพแรงงานของบริษัท ทีโอที ซึ่งใช้วิธีการฟ้องร้องหรือใช้กฎหมู่มาเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายที่วางไว้ โดยไม่ยอมปล่อย “กฎหมู่” มาทำให้ “เสียของ” อย่างแน่นอน! จึงเห็นพ้องด้วยเต็มร้อย...ว่ามั้ยครับ?!







