
นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังทำลายกองทุนหมู่บ้าน
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกที่ดีที่สุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลสามารถจะอัดฉีดเงินลงไปในระบบได้รวดเร็วและกระจายไปถึงระดับรากหญ้าทั่วประเทศอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน และกองทุนหมู่บ้านที่ก่อตั้งมากว่า 14 ปี มีระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในหมู่บ้าน
ตั้งแต่การเริ่มจัดตั้งมีการประชุมชาวบ้านที่ต้องมีตัวแทนแต่ละครัวเรือนมาประชุมร่วมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนครัวเรือนที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เพื่อรับทราบและเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและวัตถุประสงค์ของโครงการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน
ถ้าเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีและเป็นประโยชน์อยากจะเข้าร่วมโครงการก็จะต้องสมัครเป็นสมาชิกและร่วมกันเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่สมาชิกทุกคนจะต้องฝากเงินเข้าบัญชี มีการเลือกตั้งกรรมการกองทุนของหมู่บ้าน ซึ่งควรจะต้องมีผู้หญิงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการและไม่จำเป็นต้องเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือข้าราชการ ขอให้เป็นคนที่ชาวบ้านเชื่อถือไว้วางใจและเห็นว่าเป็นผู้นำตามธรรมชาติ แล้วให้คณะกรรมการกองทุนของแต่ละหมู่บ้านยกร่างกฎกติกาในการบริหารจัดการกันเองว่าจะมีเงื่อนไขในการให้กู้ยืมอย่างไร วงเงินกู้รายละเท่าไร ระยะเวลาในการชำระคืนนานแค่ไหน คิดดอกเบี้ยหรือไม่ในอัตราเท่าไร
เงื่อนไขกติกาที่กองทุนหมู่บ้านกำหนดกันเองไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะความจำเป็นและความต้องการของแต่ละหมู่บ้านแตกต่างกัน ที่ขอไว้อย่างเดียวคือเงินที่ให้ไปต้องเกิดการหมุนเวียน ติดตามได้และต้องไม่หายไปไหน เมื่อยกร่างแล้วก็ให้นำเสนอที่ประชุมสมาชิกกองทุนในหมู่บ้านของตนเอง หากสมาชิกเห็นชอบด้วยก็ถือว่าเป็นระเบียบการบริหารจัดการของหมู่บ้านที่ถูกต้อง
ถ้าต้องการแก้ไขก็ต้องนำกลับมาเสนอที่ประชุมสมาชิกใหม่เพื่อให้สมาชิกพิจารณาให้ความเห็นชอบเสียก่อนจึงถือว่าการแก้ไขนั้นชอบและใช้ได้ ไม่ใช่กรรมการกองทุนจะไปประชุมกันเองแล้วมีมติให้แก้ไขได้ กระบวนการทั้งหมดคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของสมาชิกแต่ละกองทุน และได้ห้ามมิให้ข้าราชการ หน่วยงานของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ให้ทำหน้าที่เพียงช่วยสนับสนุนตามที่มีการร้องขอและติดตามตรวจสอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ขอความร่วมมือ
แต่ระเบียบกติกาที่แต่ละหมู่บ้านกำหนดต้องอยู่ในกรอบใหญ่ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ที่เขียนเป็นกรอบกว้างๆ ไว้เท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการดังกล่าวแล้วก็แจ้งมาที่ สทบ. เพื่อการตรวจสอบว่าเงื่อนไขการดำเนินการผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ และเป็นความต้องการจริงของชาวบ้าน
ในระยะเริ่มแรกมีหมู่บ้านที่ไม่ต้องการเข้าร่วมกับโครงการทั้งที่เงินที่รัฐบาลจะจัดสรรลงไปให้นั้นไม่มีดอกเบี้ย ทาง กทบ.ก็ไม่ไปยัดเยียดหรือบังคับให้หมู่บ้านเหล่านั้นต้องเข้าร่วมโครงการ
จนในที่สุดหลายหมู่บ้านที่ไม่ร่วมโครงการเห็นว่าหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการชาวบ้านได้รับประโยชน์และสามารถนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้จริง จึงเริ่มกระบวนการในการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและขอเข้าร่วมโครงการในภายหลัง ซึ่ง กทบ.ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด
ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มจัดทำนโยบายและดำเนินการโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยนำเอาต้นแบบที่ได้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนแม่บ้านในเขตเลือกตั้งที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มาพัฒนาและขยายขอบเขตจนครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ชุมชนเมืองและชุมชนทหาร ได้เห็นมาตรการตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช. ของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ รมว.คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
เริ่มแรกก็ดีใจที่รัฐบาลมองเห็นความสำคัญและใช้กองทุนหมู่บ้านเป็นฐานในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ธนาคารออมสิน (อส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการในวงเงินธนาคารละ 3 หมื่นล้านบาท
แต่พอเห็นมาตรการและวิธีการที่ สทบ.และธนาคารไปดำเนินการแล้ว แทนที่จะดีกลับจะมีปัญหา เพราะวิธีการที่กำลังทำกันอยู่เป็นการทำลายปรัชญา อุดมการณ์ วัฒนธรรม ธรรมาภิบาลองค์กรและระบบการบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กองทุนหมู่บ้านมีความเข้มแข็งและยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืนมากว่า 14 ปี กำลังถูกทำลาย
ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เพียง 6 หมื่นล้านบาท ที่รัฐบาลนี้ใส่ลงไป แต่เงินทุนหมุนเวียนของกองทุนหมู่บ้านอีก 2.3 แสนล้านบาท ก็จะเสียหายจากการล้มละลายของกองทุนหมู่บ้านเพราะมาตรการและวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ด้วย
ที่ต้องบรรยายที่มาวิธีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน ก็เพื่อจะให้เห็นว่า กองทุนหมู่บ้านเกิดจากกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผลประโยชน์ และที่สำคัญร่วมรับผิดชอบ ทำให้กองทุนหมู่บ้านเป็นของชาวบ้านที่จะร่วมกันรับประโยชน์และระมัดระวังช่วยกันไม่ให้เกิดความเสียหาย โครงการนี้ไม่มีการยัดเยียด หากหมู่บ้านอยากได้จึงจัดให้ หากไม่อยากได้ก็ไม่ให้ ดังนั้นก่อนจะทำอะไรชาวบ้านต้องมีการตกลงร่วมกันก่อนและช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดความเสียหาย
ต่างจากโครงการอื่นของรัฐที่รัฐเป็นผู้กำหนดตั้งแต่แรกแล้วให้ชาวบ้านทำตาม โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านต้องการอยากได้หรือไม่ เมื่อให้มาชาวบ้านก็เอาเพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เมื่อทำตามที่ข้าราชการและรัฐบาลสั่งมาแล้วเกิดความเสียหายก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะชาวบ้านถือว่าไม่ใช่ความผิดของเขาที่เสียหายเพราะทำตามมาตรการและวิธีการที่รัฐสั่งมา และที่สำคัญคือจะทำอะไรก็ต้องผ่านระบบราชการทุกเรื่อง ทำให้เกิดช่องว่าง กว่าไอติมแท่งจะไปถึงชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเหลือแต่ไม้กับถุง ระหว่างทางไอติมถูกเลียไปจนหมดแล้ว โครงการแบบนี้จึงไม่ยั่งยืนและทำให้รัฐเสียหายอีกด้วย
ปัญหาโครงการการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมู่บ้าน
1.รัฐบาลกำหนดนโยบายมาตรการและแบ่งวงเงินให้ธนาคารเท่ากัน พร้อมทั้งบังคับธนาคารว่าต้องปล่อยเงินกู้ให้กองทุนหมู่บ้านให้เร็วที่สุด และใช้ปริมาณเงินที่ให้กู้เป็นตัวชี้วัดผลงานของธนาคาร โดยไม่สนใจเรื่องความต้องการของชาวบ้านและคุณภาพของกองทุนที่จะกู้ เพราะกองทุนที่ผ่านการประเมินระดับ A และ B ที่ว่านั้นประเมินมาหลายปีแล้ว สทบ.ขาดการติดตามประเมินมานาน จนบางกองทุนที่เคยประเมินผ่านมีปัญหา แต่ที่ได้รับการประเมินระดับต่ำลงมามีหลายกองทุนได้มีการปรับปรุงจนมีความมั่นคงระดับ A และ B แล้วก็มาก
หากจะเริ่มโครงการให้ประเมินใหม่อีกรอบก็ใช้เวลาไม่มาก เดือนนี้ก็ปล่อยเงินกู้แบบเป็นก้อนใหญ่ไม่กะปริดกะปรอยจนขาดพลัง (IMPACT) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
2.ประธาน กทบ. และผู้อำนวยการ กทบ.อาจลืมไปว่า ธนาคารทั้งสองแห่งได้แบ่งความรับผิดชอบดูแลกองทุนในพื้นที่ให้บริการ ธ.ก.ส.ดูแลน้อยกว่า อส. พอแบ่งวงเงินเท่ากันทำให้เกิดการแย่งลูกค้า และบางกองทุนก็กู้ซ้ำซ้อน เพราะธนาคารไม่มีการตรวจสอบจึงปล่อยเงินกู้ซ้ำซ้อนกัน
3.เมื่อให้ทำเป้าธนาคารก็พยายามไปยัดเยียดให้กองทุนกู้ มีกองทุนจำนวนมากไม่ต้องการกู้เพราะไม่มีความจำเป็น กรรมการไม่อยากค้ำประกันเพราะรู้ว่าสถานการณ์ภัยแล้งและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ หากไปปล่อยกู้ให้สมาชิกก็ไม่สามารถจ่ายคืนได้ กรรมการก็เดือดร้อนต้องรับผิดชอบเสียเอง ค่าใช้จ่ายที่เคยเก็บเพื่อเป็นหลักประกันก็ทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลและ สทบ.ไม่ยอมให้เก็บ จึงไปยุยงให้สมาชิกที่อยากกู้เปลี่ยนกรรมการ ตั้งกรรมการเฉพาะกิจหรือตั้งกรรมการใหม่โดยไม่ผ่านกระบวนการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อธนาคารจะได้ปล่อยกู้ได้ตามเป้า
4.ธ.ก.ส.บังคับผู้กู้ต้องทำประกันชีวิตกับ ธ.ก.ส. เพราะพนักงานต้องการขายประกัน มีการให้กู้รายตัวแล้วให้กองทุนกู้มาปล่อยต่อสมาชิกเพื่อเอามาจ่ายคืนให้กับ ธ.ก.ส.
5.ธนาคารออมสินมีนโยบายออกมาในการเพิ่มบัตรเอทีเอ็ม พนักงานเลยบังคับให้ผู้กู้ทำบัตรเอทีเอ็ม แม้จะกู้หลักพันบาท อ้างว่าพนักงานมีน้อยจะเบิกจ่ายได้ช้า
6.โครงการตลาดชุมชนร้านสะดวกซื้อทำแล้วเสียหายมาทุกรัฐบาล อย่าให้กองทุนหมู่บ้านเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย
ปัญหาที่บางส่วนนำมาเสนอนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำลายกองทุนหมู่บ้าน เพราะกำลังทำลายหลักการของการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน
อย่าไปบังคับชาวบ้านให้ต้องกู้เงินหากเขาไม่ต้องการ ให้เขาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันตัดสินใจ เขาจะได้ร่วมกันรับผิดชอบ







