
CSR ในสายตาผู้ลงทุน
ปัจจุบันกระแสเรื่องการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคม
โดย...รศ.ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน
ปัจจุบันกระแสเรื่องการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility หรือ CSR) ของบริษัทต่างๆ ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ การบริหารบริษัทโดยคำนึงเฉพาะการสร้างมูลค่าสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นได้ถูกพิจารณาว่าไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัทได้อีกต่อไป ดังนั้นแนวคิดการบริหารธุรกิจสมัยใหม่ จึงเพิ่มมุมมองในการบริหารธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ด้วย โดยบริษัทสามารถทำให้เป็นรูปธรรมโดยการจัดทำกิจกรรม ซึ่งแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
อย่างไรก็ตาม มีผู้วิจารณ์ว่า การจัดกิจกรรม CSR ของบริษัทเป็นการทำกิจกรรมเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ก่อให้เกิดต้นทุนในการบริหารจัดการกับบริษัท ดังนั้นสิ่งที่บริษัทควรทำคือ การสร้างกำไรและผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น
การที่อาจมีมุมมองว่า บริษัทมีการจัดกิจกรรม CSR เพื่อเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารบริษัทให้เกิดความยั่งยืนแก่บริษัทและสังคม อาจถูกมองว่าเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริษัท ไม่เป็นกิจกรรมที่สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นนั้น ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันให้บริษัทต่างๆ ทำกิจกรรม CSR ก็มักจะสรรหาข้อดีของการทำ CSR เพื่อจูงใจให้บริษัทต่างๆ ทำ CSR หรือในบางประเทศ รัฐก็ถึงกับมีมาตรการลดภาษีให้กับผู้ที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเช่นนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อบริษัทผู้ทำกิจกรรมนี้โดยตรง หรือบริษัทที่ทำกิจกรรม CSR อาจได้รับการยกย่องจากหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นบริษัทที่ดี
ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดให้มีการประกวดรายงาน CSR ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อมอบรางวัลประจำปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีกรอบในการคัดเลือกคือ เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการดําเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และทำการมอบรางวัลให้ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ รางวัล CSR Award of Honor (รางวัลที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป) รางวัล Best Corporate Social Responsibility Awards (รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมยอดเยี่ยม) และรางวัล Outstanding Corporate Social Responsibility Awards (รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมยอดเยี่ยม) ให้กับบริษัทที่มีความเป็นเลิศในการดําเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม
แต่สำหรับในแง่มุมการตอบรับจากผู้ลงทุน ผู้เขียนไม่ค่อยมั่นใจว่า ผู้ลงทุนในตลาดทุนจะตอบรับกับกิจกรรมนี้อย่างไร หากกิจกรรมนี้สามารถสร้างความยั่งยืนได้ ผู้ลงทุนก็น่าที่จะต้องการถือครองหุ้นของบริษัทที่ดีเหล่านี้ โดยอาจเต็มใจที่จะจ่ายมูลค่าเพิ่ม (Premium) ในการลงทุนในบริษัทเหล่านี้ หรืออาจเป็นในอีกด้านหนึ่ง ผู้ลงทุนอาจไม่ได้ให้คุณค่ากับกิจกรรมเหล่านี้ก็เป็นได้
จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผมมีส่วนร่วม ได้ทำการศึกษาและจัดทำดัชนีของกลุ่มบริษัทที่ได้รับรางวัลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ปี 2551-2556 เปรียบเทียบกับดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่องจนได้รับรางวัล CSR Award of Honor ให้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในขณะที่บริษัทที่ดำเนินนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับที่ได้รับรางวัล CSR Award ผลตอบแทนของกลุ่มดัชนีนี้ไม่สามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ แสดงว่าการที่บริษัทได้รางวัลในช่วงสั้นๆ ผู้ลงทุนในตลาดจะยังไม่ได้ให้คุณค่าแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้รางวัลแต่อย่างใด
ยิ่งบริษัทที่ทำกิจกรรมนี้แบบลูบหน้าปะจมูก หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าผู้ลงทุนก็รู้นะครับ และอาจไม่เป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม แต่สำหรับบริษัทที่ตั้งใจทำจริงอย่างต่อเนื่องจนผู้คนในสังคมเห็นเป็นประจักษ์ ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ เพราะอย่างน้อย ผลการศึกษาของงานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่า บริษัทที่ได้รับรางวัลจากการทำกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปีเป็นบริษัทที่ดี ตั้งใจจริงในการยกระดับคุณภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมจนเป็นที่ประจักษ์ ผู้ลงทุนก็เห็นคุณค่าและพร้อมที่จ่าย Premium จนมูลค่าหุ้นจะสูงกว่าบริษัทอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ และนับเป็นบริษัทที่ควรค่ากับการลงทุนอย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวทางการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ที่สังคมอยากเห็นอีกด้วยครับ







