
ชาวบ้านร้องรัฐจัดระเบียบแพเธคเมืองกาญจน์
กาญจนบุรี - ชาวบ้านวอนหน่วยงานรัฐเข้าจัดระเบียบแพเธค หลังเสียงดังสร้างความเดือดร้อนให้สองฝั่งแม่น้ำแควน้อย-แม่น้ำแม่กลองมานาน
กาญจนบุรี - ชาวบ้านวอนหน่วยงานรัฐเข้าจัดระเบียบแพเธค หลังเสียงดังสร้างความเดือดร้อนให้สองฝั่งแม่น้ำแควน้อย-แม่น้ำแม่กลองมานาน
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. กลุ่มชาวบ้าน ต.ปากแพรก ประมาณ 100 คน นำโดย นายสำเภา ใจผ่องใส อายุ 77 ปี แกนนำกลุ่มรักธรรมชาติจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน กรณีได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเสียงดังของแพเธค โดยมีการเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปแต่ไม่มีหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องออกมารับเรื่องแต่อย่างใด
นายสำเภา กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการแพล่องแพเธค ที่ให้บริการคาราโอเกะ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท บ้านเช่า ที่ตั้งอยู่บริเวณริมตลอดแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแม่กลอง โดยครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลปากแพรก ตำบลบ้านใต้ ตำบลหนองหญ้า และตำบลหนองโรง ในอดีตที่ผ่านมาผู้เดือดร้อนบางส่วนได้มีการร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดมา ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ได้รับการตอบสนองดำเนินการแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ในปี 2551 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องเสียงดัง โดยมีการออกประกาศของจังหวัดแต่หลังจากออกประกาศ ก็ไม่มีการปฏิบัติตามของผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐก็ไม่ติดตามผล ทั้งนี้ปัญหาเหล่านี้อาจจะทำให้มีการสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายอื่นตามมา เช่น การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด การมั่วสุมทางเพศ การชกต่อยทะเลาะวิวาท และการเปิดบ่อนการพนัน เป็นต้น
"ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐได้มีการทำข้อตกลงกับผู้ประกอบการล่องแพ แต่ทุกครั้งที่มีการทำข้อตกลง ไม่เคยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เข้าร่วมประชุมด้วย เมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ทางจังหวัดก็ไม่ได้ทำการแก้ไขปัญหา แต่กลับเพิกเฉย จึงทำให้เกิดปัญหาสะสม เรื้อรัง และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่อาจทนได้ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด โดยอาศัยประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 ข้อ 5 ความว่ากรณีที่สถานบริการหรือสถานประกอบการใดที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อาศัยใกล้เคียงสถานที่บริการหรือสถานประกอบการดังกล่าวให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญทางเสียงนั้นให้แล้วเสร็จภายในเวลา 30 วันและในระหว่าง ระยะเวลาดังกล่าวให้หยุดการใช้เสียงที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ"นายสำเภากล่าว







