posttoday
คนใต้หนุนเดินสันติวิธีดับไฟใต้

คนใต้หนุนเดินสันติวิธีดับไฟใต้

19 กรกฎาคม 2553

รายงานพิเศษ:คนปักษ์ใต้สนับสนุนเดินสันติวิธีดับไฟใต้

รายงานพิเศษ:คนปักษ์ใต้สนับสนุนเดินสันติวิธีดับไฟใต้

หลังจากการที่ นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำคณะธรรมยาตราเดินเท้า 1,100 กิโลเมตร จากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มุ่งหน้าสู่ จ.ปัตตานี รณรงค์ใช้สันติวิธีดับไฟใต้ ผ่าน 11 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และ ปัตตานี
 
โดยตลอดระยะการเดินทางมีการแวะตามชุมชนรายทางจัดเสวนาสางปัญหาขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งในการเดินธรรมยาตรานอกจากจะเป็นการขัดเกลาจิตใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว และ ยังเป็นการมุ่งหวังกระตุ้นให้เกิดการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่างก็ได้รับการยกย่องจากคนปักษ์ใต้
 
 นายคฑาวุธ แซ่โค้ว ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครยะลา บอกว่า ในฐานนะที่ตนเองเป็นคนปักษ์ใต้ มีความรู้สึกยินดี ซึ่งนี่ก็เป็นการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่ง เป็นการช่วยเสริมให้กับทางภาครัฐเพราะลำพังแล้ว 4 – 5 ปี ที่ผ่านมารัฐก็คงจะทราบว่าในพื้นที่เกิดอะไรขึ้น
ถ้ามีประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ที่รับผิดชอบ และ รู้ถึงปัญหาที่แท้จริงในปักษ์ใต้ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี และ สำคัญไปกว่านั้นคือ มีการพูดถึงในเรื่องของการเดินทางมาของคณะธรรมยาตราเดินเท้า 1,100 กิโลเมตร ถึง จ.ปัตตานี ในช่วงที่พี่น้องชาวไทยพุทธ อยู่ในช่วงเข้าพรรษา และ พี่น้องชาวไทยมุสลิม เข้าช่วง เดือนรอมฎอน หรือ เดือนแห่งการถือศิลอด ซึ่งเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์
 
"เราต้องยอมรับ กันให้ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และ ก็ต้องยอมรับในวัฒนธรรม และ ประเพณีซึ่งกันและกัน การเดินทางมาในครั้งนี้ คือการเดินทางมาหาสันติเพื่อดับไฟใต้ ซึ่งปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นมาแล้วหลายปี การนำความคิดเห็นของชาวบ้านที่เดินทางมา 1,100 กิโลเมตร กับทุกข้อความ ที่ส่งความรัก ความคิดดึง มาให้กับเราคนปักษ์ใต้ ตนเองขอขอบคุณมาก" นายคฑาวุธ แสดงความคิดเห็น
 
และนี่ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะส่งให้กับทางภาครัฐได้รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำไปประมวลภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปักษ์ใต้ พร้อมกับความห่วงใยทั้งหมด การเดินทาง 1,100 กิโลเมตร เป็นเรื่องใหญ่มาก ตนเองขอขอบคุณในความหวังดีของพี่น้องคนไทยทุกคนอีกครั้ง โดยเฉพาะท่านโคทม ที่มีการจุดประกายเริ่มต้นสิ่งดีๆให้กับคนปักษ์ใต้ และ ตนเองก็เชื่อว่านี่ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะเป็นผลดี
 
นอกจากนี้ตนเองขอส่งกำลังใจให้กับคณะที่เดินทางมาในครั้งนี้ เพราะบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ รับอนิจสินจ้างใด ๆ หรือ มีการหวังในลาภยศ เพราะทุกคนมาด้วยหัวใจ และ พี่น้องทุกคนที่เขียนข้อความมาให้ทั้งหมดตนเองก็ต้องกราบขอบพระคุณมาในโอกาสนี้ด้วย ถึงคณะธรรมยาตรา 1,100 กิโลเมตร สู่ปัตตานี รณรงค์ใช้สันติวิธีดับไฟใต้จะไปผ่านทาง จ.ยะลา อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้เมื่อมีโอกาสพี่น้องชาว จ.ยะลา จะไปต้อนรับที่จ.ปัตตานี
 
นายนิมุ มะกาเจ ประธานสภาสันติสุขจังหวัดยะลา และ อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวในเรื่องนี้ว่า ก่อนอื่นตนเองขอขอบคุณ อาจารย์โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เพราะท่านมีความตั้งใจสูงมาก ในการแก้ไขปัญหาในทุกระดับ เพราะท่านเองก็มีบทบาทหลายอย่างในส่วนกลาง ในกรุงเทพฯ ในภูมิภาค และ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะท่านเองก็มีข้อมูล
 
จากการที่มีประสบการณ์ในการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยเป็น กอส. ตนเองจึงมีความเชื่อมั่นในตัวท่าน การที่มีข้อมูลดั่งเดิมในการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ความตั้งใจในการนำทีมนำคณะมาในพื้นที่ภาคใต้ ก็ต้องชื่นชมท่าน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะต้องมีการแก้ที่ต้นตอขอปัญหา ซึ่งก็คือโครงสร้างทางการเมือง การปกครอง

นอกจากรู้สาเหตุดั่งเดิมที่แท้จริงแล้วนั้น จะต้องมาวิเคราะห์สาเหคุที่มาทับถม เพราะในปัจจุบันนี้การมีเงื่อนไขมีแต่เพิ่ม มากกว่าลด ซึ่งการที่ท่านโคทม นำคณะมาในครั้งนี้ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี และ น่าชื่นชม สิ่งที่ดีที่สุดที่น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ คือ ความสามัคคีของคนในพื้นที่ในรูปแบบของความเป็นเอกภาพ หรือ ถ้าเป็นเอกภาพไม่ได้ หลาย ๆ ชุมชน หลาย ๆ กลุ่มที่มีอยู่ ที่มีอยู่ในขณะนี้มาบูรณการกันได้
 
การเดินธรรมยาตราครั้งนี้น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถทำให้ผ่อนคลาย ปัญหาที่มีเหล่านี้ ไปสู่สันติสุข  สุดท้ายตนเองขอย้ำว่าคนในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องช่วยกันแก้มากกว่าให้คนต่างพื้นที่มาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ